ี่นางหยั่งรากฝังตัวอยู่ในตระกูลหลิ่วได้ทุกวันนี้ ก็เพราะบารมีของหลี่เยว่หานทั้งสิ้น
หากทำตัวให้หลี่เยว่หานขุ่นเคือง ตำแหน่งสะใภ้ตระกูลหลิ่วของนางคงต้องสั่นคลอนเป็นแน่
“ปล่อยให้นางอาละวาดไป ยิ่งนานยิ่งดี” หลี่เยว่หานไม่ได้มีท่าทีรีบร้อน “อย่างไรเสีย หลักฐานเรื่องที่นางบีบบังคับให้ท่านพ่อลงนามในหนังสือหย่าตอนที่ท่านพ่อป่วยหนักก็มีบันทึกอยู่ที่ศาลาว่าการ ยิ่งนางทำเรื่องให้ใหญ่โตเท่าไหร่ คนที่จะอับอายที่สุดก็คือนางเอง”
“แต่ว่า…” หลี่หรงหรงเดินวนไปวนมาด้วยความกังวล “ถ้าปล่อยให้นางอาละวาดต่อไป เกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงถึงขั้นเอาชีวิตกันน่ะสิ!”
หลี่เยว่หานปิดสมุดบัญชีลงแล้วหันมามองหลี่หรงหรง “เจ้าจะกลัวไปใย ในถ้อยคำที่นางป่าวประกาศออกไป มีเพียงชื่อข้ากับท่านพ่อ ไม่ได้พาดพิงถึงเจ้าแม้แต่ครึ่งคำ ที่เจ้ากลัวปานนี้ หรือเจ้าคิดว่าแม่ของเจ้าจะกล้าเอาหัวชนประตูศาลตายจริง ๆ?”
“…” หลี่หรงหรงถึงกับอึ้ง นางไม่นึกเลยว่าหลี่เยว่หานจะเย็นชาและไร้เยื่อใยได้ถึงเพียงนี้ จนไม่รู้จะเอ่ยคำใดต่อ
หลี่เยว่หานสั่งให้สาวใช้ยกน้ำชามาให้หลี่หรงหรง เพราะยามนี้อีกฝ่ายเริ่มมีครรภ์เด่นชัดแล้ว การปล่อยให้สตรีมีครรภ์ยืนนาน ๆ ย่อมดูไม่งามนัก
หลี่หรงหรงจิบน้ำชาพลางลอบสังเกตหลี่เยว่หาน นางร้อนรนแทบตายแต่พี่สาวคนนี้กลับนิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจหนึ่งคือนางแม่แท้ ๆ อีกใจหนึ่งคือลาภยศสรรเสริญ การต้องเลือกระหว่างสองสิ่ง