้ามาในนาเกลือ
เมื่อน้ำทะเลเต็มแล้วก็อาศัยแสงแดดแผดเผาจนความเข้มข้นของน้ำเกลือสูงขึ้น จากนั้นจึงไขน้ำเกลือเข้มข้นเข้าสู่บ่อตกผลึกหิน เจือน้ำสะอาดเล็กน้อยแล้วเคี่ยวด้วยไฟแรงจนระเหยเหือดแห้ง ก็จะได้เกลือสมุทรบริสุทธิ์ในปริมาณมหาศาล”
เมิ่งฉีฮ่วนอธิบายไปพลาง ใช้นิ้วชี้ลากวนไปมาตามแผนผังบนกระดาษจนฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเริ่มตาลาย
“แต่น้ำทะเลมีสิ่งเจือปนมากมาย เกลือที่ได้จะมีพิษหรือไม่?” ฮ่องเต้ทรงสงสัย
“หินที่ใช้ทำบ่อตกผลึกไม่ใช่หินธรรมดา แต่ต้องใส่ถ่านไม้ไผ่ลงไปเพื่อช่วยตกตะกอนด้วยขอรับ” เมิ่งฉีฮ่วนขยายความ
“ก่อนจะตกเป็นเกลือ ต้องเติมน้ำสะอาดลงไปในบ่อผลึกแล้วต้มด้วยไฟแรง สิ่งเจือปนในน้ำทะเลจะถูกแยกตัวและระเหยออกไป ส่วนที่ระเหยไม่ได้ก็จะถูกถ่านไม้ไผ่ดูดซับไว้ เกลือที่สกัดออกมาด้วยวิธีนี้จะเปราะบาง บดนวดเพียงนิดก็แตกละเอียด รสชาติบริสุทธิ์และไม่มีความขมหลงเหลืออยู่เลย”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ฮ่องเต้มองแผนผังตรงหน้าด้วยสายตาประหนึ่งเจอขุมทรัพย์ล้ำค่า
“ในเมื่อขั้นตอนสุดท้ายต้องใช้ไฟเคี่ยวเหมือนกัน เหตุใดการเคี่ยวน้ำทะเลแบบเดิมถึงได้ผลผลิตน้อยกว่า ทั้งยังสิ้นเปลืองแรงงานและฟืนไฟเล่า?”
“การเคี่ยวน้ำทะเลแบบเดิมคือการผลิตทีละน้อย แต่วิชาตากเกลือคือการผลิตในปริมาณมหาศาล แม้ขั้นสุดท้ายจะใช้ไฟเคี่ยวเหมือนกัน แต่เยว่หานบอกว่า จริง ๆ แล้วหากไม่ใช้ไฟเคี่ยว แต่อาศัยเพียงแสงแดดแผดเผาจนแห้ง แล้วใช้ผ้าฝ้ายกรองอีกช