จงเจิ้งอวี่และถังตงฝานคงเลือกที่จะรั้งอยู่ที่ท่าเรือใต้ต่ออีกหลายวันเป็นแน่
แม้คนทั้งสองจะไม่ใช่ผู้ที่หลงใหลในการเที่ยวเล่น แต่ชีวิตที่ต้องบำเพ็ญตบะอยู่บนเกาะเงียบเชียบมานานปีนั้นช่างยากลำบากยิ่งนัก เรื่องที่บอกว่าไม่แยแสโลกีย์ล้วนเป็นคำลวงทั้งสิ้น มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ย่อมไม่มีทางที่จะไม่ถวิลหาไออุ่นจากกระแสธารแห่งผู้คน
…..
หลังจากรถม้าวิ่งตะบึงมาหนึ่งวันหนึ่งคืน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจวนท่านเก้าที่ถูกจัดตั้งขึ้นชั่วคราว
เมื่อมองดูป้ายหน้าประตูที่มีตัวอักษรสีทองอร่ามสามตัว จงเจิ้งอวี่ก็หันไปมองเมิ่งฉีฮ่วนพลางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “เหตุใดจึงต้องเป็นท่านเก้า?”
“ข้าเป็นโอรสลำดับที่เก้าของเสด็จพ่อน่ะสิ” เมิ่งฉีฮ่วนโคลงศีรษะไปมา “แต่บรรดาโอรสทั้งเก้าของเสด็จพ่อ สุดท้ายก็เหลือเพียงข้ากับฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเท่านั้น”
พูดจบ เขาก็จูงมือหลี่เยว่หานเดินเข้าประตูใหญ่ไป
จงเจิ้งอวี่มองตามแผ่นหลังของเมิ่งฉีฮ่วนด้วยสายตาลึกล้ำ
ในอดีตที่เขาบุกเบิกดินแดนและสถาปนาแคว้นตงฮั่นขึ้นมา ความจริงแล้วเขาก็ทำเพื่อความปรารถนาส่วนตัวของตนเองเท่านั้น
ทว่าลูกหลานของเขาปกปักษ์รักษาแคว้นตงฮั่นมานานถึงสามร้อยปี ทั้งยังทำให้เป็นแคว้นที่แข็งแกร่งเกรียงไกร ในตอนแรกเรื่องนี้ทำให้จงเจิ้งอวี่รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง
แต่ในยามนี้ เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยต่อหน้าเขาว่าโอรสทั้งเก้าของฮ่องเต้องค์ก่อนเหลือรอดเพียงสองคน จงเจิ้งอวี