่ก็เริ่มเกิดความสงสัยในตัวเองขึ้นมา
ล้วนเป็นผู้สืบสายเลือดของเขาทั้งสิ้น เหตุใดเมื่อครั้งที่เขามอบบัลลังก์ให้รัชทายาท บรรดาอ๋องคนอื่น ๆ กลับสงบนิ่งได้อย่างไร้ปัญหา แต่พอมาถึงรุ่นของฮ่องเต้หลิงอวิ๋น การชิงบัลลังก์กลับดุเดือดรุนแรงถึงเพียงนี้
อีกทั้งเขายังรู้อีกว่า ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมีผู้สืบสกุลน้อยนิด จนถึงตอนนี้มีโอรสเพียงสามคน ปีที่แล้วก็เพิ่งจะประหารไปหนึ่งคนฐานคบคิดกับศัตรูทรยศชาติ ตอนนี้จึงเหลือเพียงโอรสองค์โตและองค์เล็ก และโอรสทั้งสองคนนี้ก็กำลังห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายในราชสำนักตามแผนการที่เมิ่งฉีฮ่วนวางไว้
วุ่นวายถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดแล้ว ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นกลับไม่คิดจะไกล่เกลี่ยเลยแม้แต่น้อย
ไม่รู้จริงๆ ว่าหัวใจของทายาทผู้นี้ทำด้วยสิ่งใด
จงเจิ้งอวี่มัวแต่ครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ ในใจ โดยที่เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้รับรู้ด้วยเลย
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานกลับมาถึง ก็ถูกเจียงหมิงเชิญตัวไปทันที เจียงหมิงบอกว่ามีแขกมาเยือนที่จวน และอยากให้คนทั้งสองออกไปต้อนรับด้วยตนเอง
หลี่เยว่หานถามเมิ่งฉีฮ่วนว่าแขกคนนั้นคือใคร แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับแสร้งทำเป็นไขสือบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
แม้หลี่เยว่หานจะดูออกว่าเขากำลังแสร้งทำเป็นไม่รู้ แต่นางก็ไม่ได้เปิดโปงเขา
นางเดินตามเมิ่งฉีฮ่วนเข้าไปในห้องรับรอง เมื่อเห็นบุรุษร่างซูบผอมคนหนึ่งยืนหันหลังให้อยู่ หลี่เยว่หานก็พลันชะงักงันไปอย่างบอกไม่ถูก
ครั้นได้ย