ดี ก็เห็นเจ้าสามคนนั้นทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เดินตามเข้ามา ข้าเลยรีบแอบหลังต้นไม้ก่อน”
“เจ้ามัวแต่ตั้งใจฟังจนไม่ได้สังเกตท่าทางของพวกมัน ระหว่างที่พูด พวกมันมีการส่งสัญญาณมือกันตลอด ข้ามองดูอยู่พักใหญ่จึงมั่นใจว่าพวกมันตั้งใจล่อให้เจ้าเปิดฉากโจมตีก่อน”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็สะบัดแขนเสื้อ ประตูเรือนพักลี้ภัยก็เปลี่ยนเป็นม่านน้ำ เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ภายนอกตรงจุดที่พวกนางเพิ่งจะหายตัวเข้ามา
“คนหายไปไหนแล้ว?” อาวุโสสามเกาหัวด้วยความงุนงง
“ข้าเห็นกับตาว่านังเด็กแซ่ถังนั่นย่อตัวลงตรงนี้ ไม่มีทางพลาดแน่!” อาวุโสสี่จ้องมองพื้นดินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เหอะ นางคงเห็นท่าทางของพวกเราแล้วรู้ตัวกระมังว่าใจกลางสวนดอกไม้นี้เต็มไปด้วยกับดัก หากใครไม่ชำนาญเดินเข้ามามีแต่ตายกับตาย นางจึงหนีไปแล้ว!” อาวุโสสองเอ่ยพลางมองไปยังอีกสองคน “แต่ที่ข้าพูดเมื่อครู่คือเรื่องจริง ยามนี้นังเด็กนั่นคงไปส่งข่าวแล้ว แต่ยังดีที่เรือนของนางอยู่ห่างจากเจ้าเกาะและพวกตระกูลเมิ่งพอสมควร พวกเราต้องวางแผนให้รอบคอบกว่านี้!”
เมื่อฟังอาวุโสสองพูด อาวุโสสามก็พยักหน้าเห็นด้วย “มีเหตุผล ไปเถอะ ไปที่เรือนพักของพวกเราเสียก่อน บัดซบเอ๊ย! นึกว่าสวนดอกไม้นี้มีไอหมอกพิษจะปลอดภัย ที่ไหนได้นังเด็กนั่นกลับกล้าบุกเข้ามา ช่างไม่กลัวตายจริง ๆ”
“นางเคยเป็นถึงผู้ฝึกตน พวกเราที่เป็นปุถุชนย่อมไม่อาจคาดเดาความคิดของนางได้หรอก” อาวุโสสี่เอ่ยสำทับ
หลี่เยว่