ท่านจะตัดใจพบหน้ากันเพียงชั่วครู่ แล้วยอมให้จากกันไปตลอดกาลในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าได้จริง ๆ หรือ?”
เรื่องการเอาใจเขามาใส่ใจเรานี้ หลี่เยว่หานใช่ว่าจะไม่เคยคิด
นับแต่รู้ถึงความรักอันมั่นคงที่จงเจิ้งอวี่มีต่อถังซีฟาน นางก็เคยนึกย้อนดูว่าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับนาง นางจะทำอย่างไร
ใช่แล้ว นางเองก็คงเหมือนกับถังซีฟาน ที่จะพยายามทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้เมิ่งฉีฮ่วนมีชีวิตอยู่ต่อไป
ต่อให้เขาต้องไปเกิดใหม่และจดจำนางไม่ได้อีก นางก็ยินดี
มนุษย์เรานั้นล้วนมีความเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้หลี่เยว่หานจึงไม่อาจบังคับให้ถังซีฟานใจกว้างได้ แต่กระนั้นนางก็ไม่อาจช่วยทำความปรารถนานั้นให้เป็นจริงได้เช่นกัน
เพราะเรื่องการพรากชีวิตของผู้อื่นนั้น สำหรับหลี่เยว่หานแล้ว การกระทำเยี่ยงนั้นเพียงครั้งเดียวในชีวิตก็นับว่ามากเกินพอแล้ว
ภาพที่นางเห็นผ่านม่านน้ำในค่ายกลสมุทรนั้น นางไม่เคยบอกกล่าวแก่ผู้ใด ความรู้สึกผิดที่มีต่อเจ้าของร่างเดิมยังคงฝังลึกอยู่ในใจ นางจึงไม่อาจลงมือส่งเสริมให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ขึ้นอีก
เพราะไม่ว่าชีวิตของใคร ก็ย่อมเป็นชีวิตที่มีค่า ไม่มีความสูงส่งหรือต่ำต้อยไปกว่ากัน
เหตุใดจึงต้องอาศัยความปรารถนาของคนคนหนึ่ง ไปพรากชีวิตทั้งชีวิตของคนอีกคนมา
มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!
“หาก… หากส่งองค์ปฐมฮ่องเต้เข้าไปฟื้นฟูดวงวิญญาณในแดนราชันไร้เทียมทาน ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” หลี่เยว่หานถามขึ