องการรักษาดุลอำนาจในราชสำนักเพียงใด เขาย่อมไม่ทนดูเจ้าเรืองอำนาจขึ้นเพียงลำพังเด็ดขาด!”
“มิรบกวนให้อาจารย์ต้องกังวล” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าเล็กน้อย “เรื่องที่เมืองเทียนซิงอู่เหอนั้น เปิ่นหวังส่งข่าวถึงเมืองหลวงนานแล้ว หากเสด็จพี่ต้องการจัดการเมืองเทียนซิงอู่เหอ ก็ต้องดูว่าเขามีความสามารถพอหรือไม่ สถานที่แห่งนั้นมิต้องให้ข้าบอก ท่านเองก็น่าจะรู้ดีว่ามันเป็นเช่นไร มิเช่นนั้นด้วยกำลังของเกาะถงเซิง เมืองเทียนซิงอู่เหอก็ควรจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นตงฮั่นไปนานแล้ว”
“หึ! สามหาวนัก!” ผู้อาวุโสห้าเอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
“จะสามหาวหรือไม่ ผู้อาวุโสย่อมรู้อยู่แก่ใจ” เมิ่งฉีฮ่วนมิได้หวั่นไหวไปกับอารมณ์ของอีกฝ่าย สายตาของเขาเหลือบไปเห็นศิษย์สตรีสองนางที่ยังคงคุกเข่าอยู่ที่พื้น จึงเอ่ยขึ้นว่า “ประจวบเหมาะนักที่บนเรือของข้ามีพวกคนเถื่อนจากหนานเจียงปนเข้ามาด้วย ศิษย์สองนางนี้… ข้าจะยกให้พวกนั้นเอาไปใช้เพาะกู่ก็แล้วกัน”
“เจ้า…” ผู้อาวุโสห้าเบิกตากว้าง “เจ้ามีความสัมพันธ์กับหนานเจียงด้วยหรือ?”
“จะเรียกว่าสัมพันธ์ก็คงมิใช่ ผู้อาวุโสคงไม่ลืมฐานะที่แท้จริงของชุยกุ้ยเฟย จงเจิ้งเซวียนยามนั้นมุ่งหวังจะเอาชีวิตข้าและหวังเฟย ชุยกุ้ยเฟยเองก็แอบให้ความช่วยเหลืออยู่ไม่น้อย ยามนี้คนจากสิบสองถ้ำแห่งหนานเจียงเสนอตัวมาถึงที่ เปิ่นหวังย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่คิดบัญชีแค้นนี้ ท่านว่าจริงไหม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู