งใดบางอย่าง ตัวเรือทั้งลำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นก็ได้ยินเสียงน้ำไหลแว่วมา
ใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนพลันซีดเผือด
ยิ่งเข้าใกล้ขอบค่ายกลสมุทรและใกล้ถึงเกาะถงเซิงมากเท่าใด แนวหินโสโครกใต้น้ำก็ยิ่งหนาตามากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นในยามนี้เมิ่งฉีฮ่วนจึงไม่อาจรู้ได้เลยว่า เรือลำนี้ชนเข้ากับหินโสโครกจริงหรือไม่
เมื่อใจเริ่มสั่นคลอน เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกได้ว่าเรือเริ่มค่อย ๆ จมลงช้า ๆ
“เส้นทางเดินเรือคลาดเคลื่อนแล้ว ปรับหางเสือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ” เมิ่งฉีฮ่วนฝืนข่มจิตใจให้สงบและยังคงสั่งการกัปตันเรือต่อไป
หลี่เยว่หานที่อยู่ข้างกาย สัมผัสได้ถึงความสั่นคลอนในจิตใจของเมิ่งฉีฮ่วนเพียงชั่วครู่ นางจึงกระชับมือที่กุมมือเขาไว้ให้แน่นขึ้น เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ส่งผ่านมาจากมือนาง ในที่สุดเมิ่งฉีฮ่วนก็สามารถสงบจิตสงบใจได้อีกครั้ง
ใช่แล้ว ข้างกายเขายังมีหลี่เยว่หานผู้หลุดพ้นจากภาพลวงตาอยู่ หากนางยังไม่รู้สึกว่าเรือชนหินโสโครก เช่นนั้นความรู้สึกเมื่อครู่ย่อมต้องเป็นเพียงภาพลวงตา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกได้ทันทีว่าอาการจมลงของเรือหยุดนิ่งลง และเรือยังคงแล่นไปบนผิวน้ำอย่างมั่นคงเช่นเดิม
ทางด้านหลี่เยว่หาน ทัศนียภาพในสายตาของนางก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ เช่นกัน
ทว่าการเปลี่ยนแปลงของนางต่างจากเมิ่งฉีฮ่วน เมิ่งฉีฮ่วนยังคงมองเห็นภาพบนเรือ แต่หลี่เยว่หานเพียงแค่กะพริบตา นางก็หลุดไปอยู่ที่