งไม่ได้อยู่กลางทะเลอีกต่อไป เมื่อม่านหมอกรอบกายจางหายไป นางก็พบว่าตนเองกลับมายังแดนราชันไร้เทียมทาน
ก่อนหน้านี้ นางต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาลเพื่อบำเพ็ญพลังจิตจนกล้าแกร่ง และกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในแดนราชันไร้เทียมทานแห่งนี้ จึงจะสามารถอาศัยพลังจิตอันมหาศาลนั้นออกมาได้ หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยคิดที่จะเปิดแดนราชันไร้เทียมทานขึ้นมาอีกเลย แม้ว่าที่นั่นจะดีเพียงใด แต่สำหรับหลี่เยว่หานแล้ว ที่นั่นมันดูประหลาดและพิกลเกินไป
ทว่ายามนี้ นางกลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง แถมยังอยู่ตรงหน้าเรือนพักลี้ภัย โดยที่ตัวนางเองยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง
“อาสะใภ้” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยดังขึ้น หลี่เยว่หานหันไปมองตามเสียง และได้พบกับหลิงซีที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน
ยามนี้หลิงซีกำลังกอดน่องกระต่ายย่างกินอย่างมีความสุข เมื่อเห็นหลี่เยว่หานมองมา นางก็ยื่นน่องกระต่ายในมือมาให้อย่างว่าง่าย “อาสะใภ้กินสิ!”
หลี่เยว่หานขมวดคิ้วมุ่น
นางรู้ตัวดีว่าตนเองต้องติดอยู่ในภาพลวงตาแน่ ๆ เพราะในแดนราชันไร้เทียมทานนั้น พลังจิตของนางจะกล้าแกร่งมากจนไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญเสียพลัง แต่ทว่ายามนี้พลังจิตของนางยังคงอยู่ในสภาพที่ยังไม่ฟื้นฟู
ในอดีต แม้หลี่เยว่หานจะบำเพ็ญพลังจิตจนแข็งแกร่งในแดนราชันไร้เทียมทานได้ แต่เมื่อออกมาสู่โลกภายนอกและขาดการเกื้อหนุนจากสถานที่แห่งนี้ พลังจิตของนางจะเหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น อีกทั้งยังไม