ซีพลางส่ายหน้าถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “อาสะใภ้อย่าได้โกรธเคืองเลย หลิงซีก็มีนิสัยเสียแบบนั้นเอง”
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ยังคงไม่เอ่ยคำใด มู่ชวนนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “วันก่อนอาสะใภ้บอกว่าจะสอนข้าอ่านเขียน ข้าไปซื้อกระดาษกับพู่กันมาแล้ว อาสะใภ้มาสอนข้าเถิด”
พูดจบ มู่ชวนก็ส่งยิ้มละไมให้หลี่เยว่หาน คล้ายกับกำลังรอคำตอบจากนาง
ทว่าหลี่เยว่หานก็ยังคงจ้องมองเขาโดยไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว
“หรือว่าอาสะใภ้จะไม่รักพวกเราแล้ว” มู่ชวนหลุบตาลงด้วยท่าทางเศร้าสร้อย ดูแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนัก
แม้จะรู้ดีว่ามู่ชวนและหลิงซีตรงหน้าล้วนเป็นตัวปลอม แต่หลี่เยว่หานก็เคยดูแลสองพี่น้องคู่นี้มาเป็นเวลานาน ต่อมาด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ไม่ได้พบหน้ากันอีก ในใจของนางจึงยังคงมีความคิดถึงคนทั้งคู่อยู่ลึก ๆ ยามที่เห็นมู่ชวนมีสีหน้าเศร้าโศกเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงรู้สึกปวดใจอยู่บ้าง
ทว่าไม่นานนางก็ดึงสติกลับคืนมาได้ ว่านี่ไม่ใช่ความจริง
หรือว่าค่ายกลสมุทรแห่งนี้จะมีความสามารถในการล่วงรู้ความลับในใจคนกันแน่?
แต่ก็ดูท่าจะไม่ใช่ เพราะหากค่ายกลสมุทรเก่งกาจถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงไม่จำแลงร่างเป็นอาอี้และอานิ่งเล่า? ในเมื่อลูกทั้งสองต่างหากที่เป็นลูกในไส้ของนางจริง ๆ!
เพียงแค่คิดเช่นนั้น รอบกายก็มืดลงชั่วขณะ ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นฟางจื่อหลานเดินตรงมาพร้อมกับแม่นมสองคนที่เดินตามหลังมาด้วยร