้องต้องทนทุกข์ทรมานจากฝีมือของคนพวกนั้น หลี่เยว่หานก็โกรธจนตัวสั่น
“คนพวกนี้… ข้าอยากจะอัดพวกมันนัก!” หลี่เยว่หานขบฟันเอ่ย
เห็นนางเป็นเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนกลับคลี่ยิ้มออกมา “หว่านอู้เซิงได้ทำลายวิชากู่ทั่วร่างของพวกมันไปแล้ว เกรงว่าคงไม่อาจทำเรื่องชั่วร้ายได้อีก ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บแค้นแทนหงอวี้กับหงซิ่ว แต่ว่า… มือของเจ้าต้องสะอาดบริสุทธิ์เข้าไว้”
เรื่องการเข่นฆ่าสังหาร ให้เป็นหน้าที่ของเขาก็เพียงพอแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็พึมพำงึมงำอยู่ในลำคอแล้วไม่เอ่ยอะไรอีก
“อีกเพียงครึ่งวันก็จะถึงค่ายกลสมุทรแล้ว” หลังจากป้อนอาหารหลี่เยว่หานเสร็จ เมิ่งฉีฮ่วนก็รับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มกล่าวถึงเรื่องค่ายกลสมุทรให้นางฟัง “เมื่อเข้าสู่ค่ายกลสมุทร พวกเราอาจจะคลาดกันได้ แต่เจ้าต้องจำเอาไว้ให้มั่น สิ่งที่เจ้าเห็นเบื้องหน้าล้วนเป็นภาพลวงตา ไม่ว่าจะเป็นพายุหิมะคลั่งหรือคลื่นยักษ์ถล่มฟ้า ขอเพียงเจ้าขบฟันอดทนให้ผ่านพ้นไป ทุกอย่างก็จะจบสิ้นลง ผู้คนมากมายหวาดกลัวค่ายกลสมุทรแห่งนี้ ก็เพราะภาพลวงตาเหล่านั้นมันช่างดูสมจริงยิ่งนัก จนส่วนใหญ่ต่างพากันขวัญหนีดีฝ่อไปเสียก่อน”
ได้ฟังดังนั้น หลี่เยว่หานก็เอียงคอครุ่นคิด “เช่นนั้นข้าจะไปพบกับท่านได้อย่างไร”
“เมื่อเข้าสู่ค่ายกลแล้ว เจ้าจงอยู่กับที่ห้ามขยับเขยื้อนไปไหน ข้าจะเป็นฝ่ายไปหาเจ้าเอง”
“แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่มาหาข้าคื