อตัวจริงหรือตัวปลอม?”
เมิ่งฉีฮ่วนถึงกับสะอึกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างหงุดหงิดใจเล็กน้อยว่า “อย่างไรข้าก็เป็นสามีของเจ้า ของจริงของปลอมเจ้าก็น่าจะแยกออกมิใช่หรือ”
“ก็ท่านบอกเองนี่นาว่าภาพลวงตาในค่ายกลสมุทรนั้นสมจริงมาก หากค่ายกลนั่นจำแลงร่างเป็นท่านขึ้นมาอีกคนเล่า” หลี่เยว่หานหรี่ตามองถามเขา
“เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องเกรงใจ ลงมือก่อนได้เลย” เมิ่งฉีฮ่วนเห็นนางยิ้มได้ก็อารมณ์ดีขึ้น “หากเป็นตัวจริง เจ้าไม่มีทางชนะข้าแน่ แต่ถ้าเป็นตัวปลอม ย่อมต้องมีร่องรอยพิรุธให้เห็น แม้ค่ายกลสมุทรจะร้ายกาจ แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งจุดบอด มิเช่นนั้นในตอนนั้นข้าคงไม่อาจบุกฝ่าออกมาเพียงลำพัง และคงไม่กล้าพาเจ้าบุกเข้าไปในยามนี้หรอก”
หลี่เยว่หานพยักหน้าแสดงความเข้าใจในคำพูดของเขา
การเดินทางในช่วงครึ่งวันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรือของพวกเขาค่อย ๆ หยุดลงที่เบื้องหน้ากลุ่มหมอกหนาทึบ เรือรบที่เฮ่อเจิ้งเทียนนำมานั้นต้องอ้อมไปยังแคว้นเหลี่ยหลานรอบหนึ่ง จึงไม่อาจมาสมทบได้รวดเร็วเพียงนี้ ยามนี้บนท้องทะเลอันกว้างใหญ่จึงมีเพียงเรือข้ามฟากของพวกเขาเพียงลำเดียว
จะเรียกเรือลำนี้ว่าเรือข้ามฟากก็ดูจะใจร้ายกับคำว่าเรือข้ามฟากไปเสียหน่อย เพราะแคว้นตงฮั่นไม่มีเหล็กกล้าชั้นดี และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีโลหะผสม เรือลำนี้จึงเป็นเพียงเรือที่ใหญ่กว่าเรือทั่วไปหลายเท่านัก และมีพื้นที่ภายในกว้างขวางกว่าปกติเท่านั้นเอง
ในยามปกติ กัปตันเรือ