ไม่ว่าแผ่นดินจะรุ่งเรืองหรือล่มสลาย ผู้ที่ทุกข์ยากที่สุดก็คือราษฎร อีกทั้งชนเผ่าเร่ร่อนยังขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อน วิธีการจัดการของพวกเขาแทบไม่ต่างจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์โลกเดิมของเขาเลย
“ข้าย่อมไม่ยกแผ่นดินให้พวกมันจริง ๆ หรอก” เมิ่งฉีฮ่วนยกยิ้มที่มุมปาก “แต่หลายปีมานี้ชนเผ่าเร่ร่อนไม่เพียงแต่ระรานเหลียวปี้เลี่ยตง แม้แต่แคว้นเล็ก ๆ รอบข้างก็เดือดร้อนจนหาความสงบไม่ได้ แม้กระทั่งเมืองชายแดนตงฮั่นของเราเองก็ถูกพวกมันลอบโจมตีอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ใช้เหยื่อล่อให้พวกมันเข้ามาติดกับ เราจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียวได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงหมิงก็เงียบไป
การผลัดเปลี่ยนแผ่นดินย่อมสร้างขึ้นบนกองซากศพมหาศาล เรื่องนี้เขาไม่ใช่ไม่เข้าใจ ตลอดเวลาหลายปีที่เขาคอยช่วยเหลือจงเจิ้งเซวียน มือของเขาก็ใช่ว่าจะสะอาดบริสุทธิ์ เพียงแต่ในฐานะคนสมัยใหม่ เขาย่อมเข้าใจซึ้งถึงความน่ากลัวของสงครามมากกว่าใคร เขาจึงอดไม่ได้ที่จะออกมาเตือนเมิ่งฉีฮ่วนเช่นนี้
อีกอย่าง… ชนเผ่าเร่ร่อนที่กระหายสงครามเหล่านั้นไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ แต่ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามในเผ่านั้นต่างหากที่น่าเวทนา
ทว่าในเผ่าที่ทุกคนคือยอดนักรบ นอกจากสตรีแล้วก็ไม่มีใครที่ไม่เคยผ่านการรบพุ่งและปล้นสะดม แม้แต่ผู้หญิงบางคนที่แข็งแกร่งก็ยังสามารถควบม้าถือดาบออกเข่นฆ่าผู้คนได้ไม่ต่างจากบุรุษ
เพราะในชนเผ่า