ข้าป้อนหว่านอู้เซิงให้ข้าน่ะ” หลี่เยว่หานตอบเรียบ ๆ จากนั้นก็หลับตาลงพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก “หนึ่งพันแห่ง!” ต้องยอมรับเลยว่าหว่านอู้เซิงที่เมิ่งฉีฮ่วนส่งมาให้นั้นมาได้ถูกจังหวะเวลาจริง ๆ
ถังซีฟานย่อมรู้ดีว่า “หนึ่งพันแห่ง” ที่นางพูดถึงหมายความว่าอย่างไร แม้จะรู้อยู่แล้วแต่เขาก็ยังอดที่จะมึนงงไม่ได้ “เจ้าจะบอกว่า… โลกภายนอกยังมีหว่านอู้เซิงอยู่อีกงั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้… หว่านอู้เซิงทันทีที่ออกจากแดนราชันไร้เทียมทานจะกลายเป็นสีดำสนิทและสูญเสียพลังจิตไปในเวลาไม่นาน นอกจากจะนำไปปรุงเป็นลูกกลอน แต่ต่อให้เป็นลูกกลอน เจ้าก็ติดอยู่ในแดนราชันนี้มานานกว่าสี่เดือนแล้ว พลังจิตในยาก็ควรจะสลายไปหมดแล้วสิ”
“ใครจะไปรู้ล่ะ ในเมื่อข้าไม่ได้อยู่ข้างนอก บางทีอาจจะมีตระกูลเก่าแก่บางตระกูลที่มีวิธีพิเศษในการเก็บรักษาหว่านอู้เซิงจำนวนมากเอาไว้ก็ได้” หลี่เยว่หานกล่าวพลางจ้องมองถังซีฟาน ก่อนจะถามขึ้นอย่างกะทันหันว่า “เจ้ามีพี่ชายชื่อถังตงฝาน หรือมีน้องชายชื่อถังหนานฝานกับถังเป่ยฝานบ้างไหม?”
เมื่อได้ยินคำถาม ถังซีฟานก็ทำหน้าเหลอหลา “หา? ข้าไม่รู้เรื่องเลย…”
“หืม?” หลี่เยว่หานขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าไม่รู้อย่างนั้นหรือ?”
“ข้า… ข้าไม่รู้จริง ๆ…” ถังซีฟานสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวต่อสายตาของนาง “เพราะข้าเข้าสำนักฝึกตนตั้งแต่อายุยังน้อยมาก เมื่อเข้าสู่หนทางแห่งเซียนแล้วก็ไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวทางโลกได้อีก