เราเห็นภายนอกน่ะ?”
“เอ๋? หรือว่าไม่ใช่ล่ะครับ ถ้าพวกเขาไม่กากจริง ทำไมถึงโดนพวกชนเผ่าเร่ร่อนปล้นสะดมอยู่ทุกปีล่ะ?” เฮ่อเจิ้งเทียนถามด้วยสีหน้ามึนงง
“ย่อมไม่ใช่แน่นอน เหลียวปี้เลี่ยตงไม่เพียงไม่เกรงกลัวใคร แต่ลึก ๆ แล้วยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าแคว้นเหลี่ยหลานเสียอีก” สีหน้าของเจียงหมิงเริ่มเคร่งขรึมขึ้นเมื่อกล่าวต่อ
“ช่วงนี้ท่านอ๋องพักอยู่แต่ในเรือนไม่ได้ออกไปไหน แต่เจิ้งเทียน เจ้ากับฉันได้ออกไปข้างนอกบ่อย ๆ เจ้าลองนึกดูสิ ทั้งที่ตอนนี้ใกล้ถึงช่วงเวลาที่พวกชนเผ่าเร่ร่อนจะบุกปล้นแล้ว แต่เจ้าเคยเห็นราชสำนักเหลียวปี้เลี่ยตงส่งอินทรีสื่อสารออกไปแจ้งข่าวทหารแม้แต่ครั้งเดียวไหม?”
ได้ยินดังนั้น เฮ่อเจิ้งเทียนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้
อินทรีสื่อสารนั้นแตกต่างจากนกพิราบสื่อสารทั่วไป มันต้องผ่านการฝึกฝนจากยอดฝีมือเป็นพิเศษ และมีเพียงเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่จะเพาะเลี้ยงได้ แม้แต่เมิ่งฉีฮ่วนเองก็มีอยู่เพียงไม่กี่ตัว แต่เหลียวปี้เลี่ยตงแม้จะเป็นแคว้นเล็ก ๆ ทว่าต่อให้อ่อนแอเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีปัญญาเลี้ยงอินทรีสื่อสารสักตัว
ยิ่งไปกว่านั้น เฮ่อเจิ้งเทียนเคยใช้ชีวิตอยู่ในกองทัพและติดตามเมิ่งฉีฮ่วนมานาน ย่อมแยกแยะลักษณะของอินทรีสื่อสารได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาเขามัวแต่เดินเที่ยวเล่นหาของกินตามตรอกซอกซอยกับเจียงหมิงจนไม่ได้สังเกตเรื่องรอบตัวเลย
ตอนแรกเขาย