้น หลังจากนั้นนางก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ อีก หากไม่ใช่เพราะเขายังมีความหวังว่านางจะฟื้นขึ้นมาหลังถอนเข็มเสร็จ เมิ่งฉีฮ่วนคงจะดึงตัวฝานเอ๋อร์มาคาดคั้นถามความไปนานแล้ว
บัดนี้ฝานเอ๋อร์ถอนเข็มเงินออกมาจนหมดสิ้น ทว่าหลี่เยว่หานยังคงนอนสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวใจของเมิ่งฉีฮ่วนพลันร่วงหล่นจากที่สูงลงสู่เหวลึก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นซีดเผือดและหม่นหมองในทันที
“ท่านอ๋องโปรดอย่าได้ใจร้อนไปเลยเจ้าค่ะ” องค์หญิงสิบสามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานหลังจากที่ฝานเอ๋อร์เก็บเข็มเสร็จ “วิชาแพทย์ของพี่ฝานเอ๋อร์เลิศล้ำนัก การที่พระชายาจะฟื้นขึ้นมานั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลา เมื่อครู่นี้อานิ่งก็เห็นกับตาว่าดวงตาของพระชายาขยับเขยื้อนอยู่หลายครั้งตอนที่พี่ฝานเอ๋อร์ฝังเข็ม”
เมื่อได้ยินคำปลอบโลมขององค์หญิงสิบสาม เมิ่งฉีฮ่วนทำเพียงส่งเสียงตอบรับในลำคออย่างแห้งแล้ง
ฝานเอ๋อร์ที่เก็บเข็มเงินเสร็จแล้วได้ทำการตรวจร่างกายหลี่เยว่หานอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่เนื่องจากมีบุรุษร่างใหญ่อย่างเมิ่งฉีฮ่วนยืนคุมอยู่ข้าง ๆ นางจึงไม่ได้เปลื้องผ้าเพื่อตรวจดูตามร่างกาย ทำเพียงแค่ใช้นิ้วนวดคลึงไปตามจุดชีพจรที่เพิ่งฝังเข็มไปเมื่อครู่
และเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ฝานเอ๋อร์นวดคลึงจุดเหล่านั้นไปได้ครู่หนึ่ง รูเข็มเล็ก ๆ เหล่านั้นก็เริ่มมีเลือดเสียสีดำสนิทไหลซึมออกมา พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง