มไปอีกนานเท่าใด?” เมิ่งฉีฮ่วนถามออกไปโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด
องค์หญิงสิบสามชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองฝานเอ๋อร์ ซึ่งฝ่ายหลังขมวดคิ้วมุ่นและทำท่าทางอีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของของตนต่อไป นางแยกเข็มเงินที่ใช้แล้วออกมาวางไว้ต่างหาก จากนั้นก็เริ่มจดรายการตัวยาที่หลี่เยว่หานต้องใช้ลงบนกระดาษโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองอีกเลย
“พี่ฝานเอ๋อร์บอกว่า…” องค์หญิงสิบสามเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางลำบากใจ “ในตอนนี้นางยังไม่สามารถแก้พิษกู่ได้ แต่การขับเลือดเสียออกมาจะช่วยฟื้นฟูไอชีวิตของพระชายา ดังนั้นในระหว่างที่ยังคิดค้นวิธีแก้กู่ไม่ได้ นางจะต้องแวะมาฝังเข็มให้พระชายาทุก ๆ สามวัน หากโชคดี ภายในห้าปีจะสามารถทำลายพลังชีวิตของกู่ปลิดชีพในร่างของพระชายาให้หมดสิ้นไปได้ และถึงเวลานั้น พระชายาก็จะฟื้นขึ้นมาเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ยกมือขึ้นลูบหน้า ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเดินไปส่งองค์หญิงสิบสามและฝานเอ๋อร์ออกจากห้องด้วยอาการสงบนิ่ง แต่ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า สุดท้ายเขาจึงสั่งให้เฮ่อเจิ้งเทียนไปส่งคนทั้งสองที่หน้าเรือนพักลี้ภัยแทน ส่วนตัวเขาเองกลับไปนั่งเฝ้าอยู่ที่ข้างเตียงของหลี่เยว่หาน
เมื่อเฮ่อเจิ้งเทียนกลับมาถึง เมิ่งฉีฮ่วนก็กำลังสนทนาอยู่กับเจียงหมิงแล้ว
ท่าทางหม่นหมองเมื่อครู่ตอนอยู่ต่อหน้าองค์หญิงสิบสามหายไปสิ้น บัดนี้ระหว่างหัวคิ้วของเมิ่งฉีฮ่วนกลับเต็มไปด้วยรังสีอำ