แล้ว เมื่อเขาเอ่ยปาก น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความสั่นเครือและยินดีอย่างปิดไม่มิด “เป็น… เรื่องจริงหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทางของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าขององค์หญิงถังก็ยิ่งดูออดอ้อนมากขึ้น นางอาศัยจังหวะที่เขาไม่ได้สะบัดมือออก แสร้งทำเป็นกระเง้ากระงอดเขย่าแขนเสื้อเขาเบาๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส
“เจ้าค่ะ! หลายวันที่ผ่านมาพี่ฝานเอ๋อร์อ่านตำราแพทย์ประจำตระกูลโดยไม่หลับไม่นอน จนในที่สุดก็พบหนทางรักษา พอดีว่าครบกำหนดห้าวันพอดี อานิ่งจึงรีบพาพี่ฝานเอ๋อร์มาหาท่านอ๋องทันทีเลยยังไงเล่า!”
ในยามนี้เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้สังเกตเลยว่าแขนเสื้อของตนถูกนางดึงรั้งไว้ เพราะเสื้อผ้าฤดูหนาวนั้นหนาเตอะ อีกทั้งแขนเสื้อของเสื้อคลุมตัวนอกก็กว้างขวางนัก ประกอบกับความดีใจที่ถาโถมเข้ามาจนลืมตัว เขาจึงไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของนาง
เขากลับจ้องมองไปที่ฝานเอ๋อร์ซึ่งเดินกึ่งวิ่งตามนางมาติดๆ พลางสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจแล้วถามว่า “แม่นางฝานเอ๋อร์ เรื่องร่างกายของเยว่หาน… เธอพอจะมีหนทางรักษาจริงๆ ใช่ไหม?”
ฝานเอ๋อร์นึกไม่ถึงว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะข้ามหน้าข้ามตาองค์หญิงมาสนทนากับนางโดยตรง นางจึงหันไปมององค์หญิงถังด้วยสีหน้าลำบากใจ
องค์หญิงถังถือโอกาสขยับเข้าไปใกล้เมิ่งฉีฮ่วนอีกสองก้าวแล้วพยักหน้าให้ฝานเอ๋อร์
เมื่อได้รับสัญญาณจากองค์หญิง ฝานเอ๋อร์จึงพยักหน้ายืนยันกับเมิ่งฉีฮ่วน
ทันทีที่นางพยักหน้า เมิ่งฉีฮ่วนก็รีบเชิญนางไ