ส่วนโค้งที่งดงามของนางได้อย่างชัดเจน
วันนี้นางยังคงถักผมเปียหนาและยาวสองข้าง บนศีรษะสวมหมวกใบเล็กที่มีผ้าโปร่งบางห้อยลงมาด้านหลัง ยามเยื้องกรายผ้าโปร่งนั้นพริ้วไหวดูงดงามยิ่งนัก
น่าเสียดายที่ความงดงามนี้ไม่อาจเข้าถึงสายตาของเมิ่งฉีฮ่วนได้เลย
“เสี่ยวถังเอ๋อร์คารวะท่านอ๋อง” เมื่อองค์หญิงสิบสามเดินเข้ามาพร้อมสาวใช้ นางก็วางมือขวาไว้ที่อกซ้ายแล้วโน้มตัวลงเล็กน้อย เป็นการทำความเคารพตามธรรมเนียมมาตรฐานของชาวเหลียวปี้เลี่ยตง
“องค์หญิงสิบสามเกรงใจไปแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนกินมื้อเช้าเสร็จในไม่กี่คำ ยามนี้เขากำลังใช้ผ้าเช็ดมืออยู่ เมื่อเห็นนางทำความเคารพเขาก็เพียงตอบกลับอย่างเย็นชา
“เมื่อวานหลังจากเสี่ยวถังเอ๋อร์กลับไป ได้ยินเสด็จพี่บอกว่าสนมของท่านอ๋องป่วยหนักจนหมดสติไป สตรีผู้นี้คือหมอหญิงข้างกายข้า นามว่าฝานเอ๋อร์ นางมีวิชาแพทย์สูงส่งนัก หากท่านอ๋องวางใจ ก็ลองให้ฝานเอ๋อร์ช่วยตรวจอาการให้สนมของท่านดูได้นะ” องค์หญิงสิบสามกล่าวอย่างเปิดเผยสง่างาม
ทว่าคำว่า ‘สนม’ ที่นางพร่ำเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับทำให้เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
“องค์หญิงสิบสาม” เมิ่งฉีฮ่วนใช้ดวงตาเย็นเยียบจ้องมองฮาลี่ ถัง น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก “ข้าเกรงว่าเจ้าจะเข้าใจผิดไปเสียแล้ว สตรีที่ป่วยหนักจนหมดสติอยู่นี้ไม่ใช่สนมของเปิ่นหวัง แต่เป็นภรรยาเอกเพียงคนเดียวของข้า และเปิ่นหวังก็ไม่มีสนมอื่นใด ก่อนหน้านี้เคย