ยหลี่เยว่หานเช่นเดิม
เช้าวันต่อมา เมิ่งฉีฮ่วนเพิ่งจะล้างหน้าล้างตาเสร็จและกำลังจะกินมื้อเช้า เฮ่อเจิ้งเทียนก็เข้ามาแจ้งว่า องค์หญิงสิบสามมาขอพบ
“นางมาทำอะไร?” เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้วถาม
“นางบอกว่าก่อนหน้านี้เพราะถูกกักบริเวณจึงไม่ได้มาเข้าพบท่านอ๋อง ในใจรู้สึกเสียมารยาทอย่างยิ่ง และเมื่อได้ยินว่าหวังเฟยยังหมดสติไม่ฟื้น จึงพาสาวใช้ของนางมาเข้าพบท่านอ๋องและอยากจะเยี่ยมเยียนหวังเฟยด้วยครับ” เฮ่อเจิ้งเทียนรายงานด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
พูดจบเขากก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงเสริมว่า “ดูเหมือนสาวใช้คนนั้นจะถือกล่องยามาด้วย คาดว่าน่าจะมีความรู้เรื่องหมอครับ”
เพราะประโยคหลังนี้เอง เมิ่งฉีฮ่วนที่ตั้งท่าจะปฏิเสธในตอนแรกจึงกลืนคำพูดนั้นลงไป “เชิญนางเข้ามา”
จากนั้นเขาก็เริ่มลงมือกินมื้อเช้า อาหารเช้าของเหลียวปี้เลี่ยตงนั้นเรียบง่าย มีเพียงแป้งทอดกรอบกับน้ำนมแกะอุ่น ๆ หนึ่งชาม แม้นมแกะจะมีกลิ่นคาวจัด แต่ดูเหมือนพวกเขาจะมีกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้กลิ่นนั้นจางลงไปมากจนไม่เหม็นอย่างที่คิด
เมื่อคืนในงานเลี้ยงดื่มเหล้าไปไม่น้อย ยามนี้ได้ดื่มนมอุ่น ๆ สักชาม จึงช่วยให้เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก พอกินมื้อเช้าเสร็จ เฮ่อเจิ้งเทียนก็นำทางองค์หญิงสิบสามเข้ามาพอดี
เมื่อวานองค์หญิงสิบสามสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสลับดำ แต่วันนี้นางสวมชุดกระโปรงนวมสีแดงสลับขาว ช่วงเอวถูกรัดจนคอดกิ่ว แม้จะเป็นเสื้อผ้าฤดูหนาวแต่ก็ยังมองเห็นส่วนเว้า