อหน้าท่านอ๋องอย่างนั้นเหรอ?” เฮ่อเจิ้งเทียนครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะสรุปออกมาเช่นนั้น
“อาจจะไม่ใช่การมาหาเรื่องตายโดยตรง แต่ต้องมาคอยป้วนเปี้ยนให้เห็นหน้าบ่อย ๆ แน่” เจียงหมิงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หลายวันนี้ต้องมีคนมาเยี่ยมเยียนที่เรือนพักแน่ ถึงท่านอ๋องจะไม่เต็มใจ แต่ในเมื่อเราอยู่ในเหลียวปี้เลี่ยตงซึ่งเป็นถิ่นของคนอื่น
อย่างไรเสียก็คงเลี่ยงการรับรองแขกไม่ได้ ถึงตอนนั้นเจ้าจงเฝ้าอยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครจะมาหา เจ้าห้ามละสายตาจากหวังเฟยเด็ดขาด และห้ามให้ใครเข้าใกล้หวังเฟยเป็นอันขาด จำไว้ให้ดี”
“แล้วถ้าเป็นหมอเล่า?” เฮ่อเจิ้งเทียนพยักหน้ารับพลางถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ถ้าท่านอ๋องไม่อยู่ ก็ห้ามปล่อยหมอเข้าไป” เจียงหมิงสั่ง “ถ้าใครไม่เข้าใจ ก็บอกไปว่าเป็นคำสั่งของท่านอ๋อง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฮ่อเจิ้งเทียนก็มีท่าทีลังเล “ทำแบบนี้จะมีผลกระทบต่อชื่อเสียงของท่านอ๋องหรือเปล่า?”
“ถ้าปล่อยคนเข้าใกล้หวังเฟย แล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกับนาง เจ้าคิดว่าชื่อเสียงของท่านอ๋องกับชีวิตของหวังเฟย สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน?” เจียงหมิงรู้สึกว่าเฮ่อเจิ้งเทียนช่างหัวช้าเสียจริง
พอโดนเจียงหมิงตอกกลับเช่นนั้น เฮ่อเจิ้งเทียนก็สะดุ้งทันที เขารีบรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้หลี่เยว่หานหากเมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้อยู่ด้วย เมื่อเห็นดังนั้นเจียงหมิงจึงยอมปล่อยให้เขาไปพักผ่อน
คืนนั้น เมิ่งฉีฮ่วนยังคงนอนเฝ้าอยู่ข้างกา