ซีฝานเป็นคนที่สอง น้องชายคนที่สามถังหนานฝานเป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ มีผลงานเขียนมากมายขจรขจายไปทั่ว ส่วนน้องชายคนสุดท้องถังเป่ยฝานนั้นค่อนข้างธรรมดา เขาเป็นช่างฝีมือทำขนมหวาน
ในความทรงจำของถังซีฝานยังมีภาพเหตุการณ์ที่คนในสำนักช่วยล้างแค้นให้เขาด้วย แต่ดูเหมือนตอนนั้นเขาจะเป็นเพียงม้าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความทรงจำจึงเลือนลางยิ่งนัก เห็นเพียงเงาร่างของคนไม่กี่คนเท่านั้น
หลี่เยว่หานยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าคนเหล่านี้ไม่เหมือนผู้บำเพ็ญเพียรในสำนักเซียนเลย แต่เธอก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องต่อ เพราะเกรงว่าหากดูนานกว่านี้ถังซีฝานจะกลายเป็นคนโง่ไปจริง ๆ เธอจึงยอมปล่อยเขาไป
เมื่อหลุดพ้นจากพลังผู้ครอบครอง ถังซีฝานก็เหงื่อโชกตัว เขานั่งหอบหายใจอยู่ที่พื้นพลางมองหลี่เยว่หาน “ข้า… ข้าไม่ได้กลายเป็นคนปัญญาอ่อนใช่ไหม…”
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
เมื่อเห็นเช่นนั้น ถังซีฝานก็ทิ้งตัวนอนแผ่หลาบนพื้น มองดูท้องฟ้าสีครามสดใสเหนือศีรษะแล้วอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มออกมา
ไม่รู้เพราะเหตุใด แม้หลี่เยว่หานจะดูดุดันกับเขา แต่เขากลับรู้สึกว่าเธอนั้นมีความจริงใจ
อย่างน้อยก็จริงใจกว่าบรรพชนเหยี่ยวดำมากนัก
หลี่เยว่หานไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว เธอขัดสมาธินั่งลงบนเก้าอี้เอนหลังและเริ่มฝึกฝนพลังจิตทันที โดยไม่ได้สนใจวันเวลาที่ล่วงเลยไป
…..
ณ แคว้นเหลียวปี้เลี่ยตง
เมิ่งฉีฮ่วนและคณะเดินทางถือหนังสือรับรองจากราชสำนั