หนีไปที่ไหนก็ไร้ประโยชน์ เขาจึงได้แต่กอดรางหญ้าไว้ประหนึ่งว่ามันคือที่พึ่งพิงสุดท้ายในชีวิต
“อย่ากลัวไปเลย ข้าจะสะกดความรู้สึกเจ็บปวดให้เจ้าเอง เจ้าจะไม่รู้สึกเจ็บมากนักหรอก” หลี่เยว่หานเดินอุ้มถังหว่านอู้เซิงเข้าไปหาทีละก้าว
ถังซีฝานขวัญหนีดีฝ่อ ร้องตะโกนสุดเสียง “อย่า! อย่าเข้ามา! ข้ารู้วิธีออกไปแล้ว! ข้ารู้! ข้าจะบอกเจ้า! ข้าจะบอกความจริงทุกอย่าง!”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เธอวางถังน้ำไว้ข้างตัวพลางตบมือเบา ๆ “แบบนี้ถึงจะถูก ม้าที่ว่าง่ายย่อมมีหญ้าให้กิน”
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานหยุดเดินและวางถังน้ำลงแล้ว ถังซีฝานจึงค่อย ๆ กลืนน้ำลายเรียกสติกลับมา แต่พอรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากพูดอะไรออกไป เขาก็เหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว…
‘ซวยแล้ว ตาแก่บรรพชนเหยี่ยวดำนั่นคอยใช้พลังจิตเฝ้ามองดูอยู่ตลอด เรื่องที่เขาพูดไปเมื่อกี้คงไม่ถูกรู้เข้าหรอกนะ…’
“วางใจเถอะ ข้าได้วางไอหมอกพิษปิดกั้นพื้นที่แถวนี้ไว้แล้ว ไม่ว่าใครก็มองเข้ามาไม่ได้ แม้แต่พลังจิตก็ไม่ได้ยินเสียงหรือรับรู้เรื่องราวในนี้” หลี่เยว่หานที่มองออกว่าเขากังวลเรื่องใดจึงเอ่ยอธิบายอย่างทันท่วงที จากนั้นเธอก็ย่อตัวลงตรงหน้าถังซีฝานอย่างกะทันหันพลางยิ้มตาหยี “มาเถอะ ทีนี้บอกข้าได้หรือยังว่า จะออกจากแดนราชันไร้เทียมทานได้อย่างไร”
ถังซีฝานสะดุ้งสุดตัวเมื่อเธอเข้ามาใกล้ แม้จะยอมปล่อยรางหญ้าแล้ว แต่เขายังคงห่อตัวลีบด้วยความระแวดระ