เขาก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่น “ข้า… ข้ากับตาแก่เหยี่ยวดำนั่นวางแผนกันว่า… จะให้เจ้ายื้อเวลาอยู่ในมิตินี้นาน ๆ แม้กายเนื้อจะมีการป้องกันขั้นต่ำจากมิติอยู่ แต่ถ้าทิ้งไว้นานเข้าย่อมต้องดับสูญไปในที่สุด และเมื่อกายเนื้อแตกสลาย เจ้าก็จะถูกขังอยู่ในนี้ถาวร
ในตอนที่กายเนื้อดับสูญ พันธสัญญาโลหิตจะไร้ผลชั่วคราว เจ้าจะไม่สามารถควบคุมพลังผู้ครอบครองได้ในช่วงเวลานั้น พวกเราจึงกะจะอาศัยจังหวะนั้น… ฆ่าเจ้าเสีย… แล้ว… แล้วแย่งชิงพลังมาสวมรอยแทน…”
เมื่อพูดถึงตอนท้าย เสียงของถังซีฝานก็สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
หลี่เยว่หานไม่ได้แปลกใจนัก เพราะช่วงต้นของแผนการเธอแอบได้ยินมาเมื่อคืนแล้ว แต่ช่วงหลังนี่สิที่ดูแปลกใหม่ “เจ้ากับเหยี่ยวดำไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าถ้าฆ่าข้าแล้วจะสามารถเข้ามาแทนที่ได้?”
“ก็ตาแก่เหยี่ยวดำนั่นเคยเป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานมาก่อนน่ะสิ” ถังซีฝานเริ่มผ่อนคลายความเกร็งลงเล็กน้อย “เขาจึงค่อนข้างรู้จักมิตินี้ดี เขาบอกข้าว่าถ้าทำเช่นนี้จะสำเร็จแน่นอน และจะพาข้าออกไปจากที่นี่ด้วย โลกภายนอกที่มีพลังปราณเบาบาง ถึงข้าจะเป็นแค่พวกบำเพ็ญเพียรปลายแถวก็สามารถผงาดได้อย่างยิ่งใหญ่ พวกเราสองคนออกไปย่อมไร้เทียมทาน!”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็หลุดหัวเราะออกมา “บรรพชนเหยี่ยวดำถูกคนในสำนักของเจ้าทำลายวรยุทธ์จนสิ้นซากก่อนจะโยนเข้ามาที่นี่ ต่อให้พลังจิตจะฟื้นคืนมาบ้าง แต่วรยุทธ์ไม่มีวันกลับคืนมาได้อีกแล