ดขึ้นมาให้ตัวเอง แล้วเดินอย่างเยื้องกรายไปยังรังของมัน ทันทีที่เข้าใกล้ นางก็ได้กลิ่นคาวคละคลุ้งจนรู้สึกปวดหัว
นางใช้แขนเสื้อปิดจมูก กัดฟันเดินเข้าไปในถ้ำที่เป็นรังของเหยี่ยวเหมันต์ ก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง
ภายในรังของเหยี่ยวตัวนี้ กลับมีเตียงสำหรับคนนอนตั้งอยู่ตัวหนึ่ง?!
หรือว่าบรรพชนเหยี่ยวดำจะฟื้นคืนจิตสำนึกแล้ว?
หากเป็นเช่นนั้น นางก็ไม่ควรบุ่มบ่ามเข้าไปที่นี่! มิเช่นนั้นหากถูกดักรอที่หน้าปากถ้ำ คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่!
ขณะที่หลี่เยว่หานเตรียมจะถอยออกจากถ้ำ นางก็ได้ยินเสียงกระพือปีกขนาดใหญ่ดังขึ้น จากนั้นน้ำเสียงอันเย็นเยือกและเจ้าเล่ห์ก็ดังตามมา “ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว เหตุใดจึงคิดจะจากไปเล่า?”
หลี่เยว่หานมองเหยี่ยวสีดำตัวใหญ่ที่มีขนาดใหญ่กว่าร่างของนางเสียอีก ในใจเริ่มรู้สึกหวั่นเกรงอยู่บ้าง แต่ก็ต้องแข็งใจเอ่ยตอบไปว่า “ใครบอกว่าข้าจะไป ข้าเพียงแค่ทนกลิ่นเหม็นในที่ของเจ้าไม่ไหวเท่านั้นเอง!”
เหยี่ยวเหมันต์พยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร กลับถอยออกไปด้านนอกสองก้าว คล้ายเป็นสัญญาณบอกให้หลี่เยว่หานเดินออกมาได้
หลี่เยว่หานลอบใช้พลังผู้ครอบครองพันธนาการเหยี่ยวดำเอาไว้เงียบ ๆ เมื่อเคลื่อนตัวมาถึงปากถ้ำ นางก็รีบเหยียบไปบนบันไดที่เนรมิตขึ้นมาแล้วกลับขึ้นไปบนยอดหน้าผาอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ยืนได้มั่นคง เสียงลมพัดผ่านก็ดังขึ้น เหยี่ยวดำตัวนั้นก็ตามขึ้นมาติด ๆ
“ข้ารู้ว่าเจ้าคือเจ้าของแดนราชันไ