ร้เทียมทานคนปัจจุบัน” บรรพชนเหยี่ยวดำรีบเอ่ยประโยคนี้ออกมาทันที ราวกับเกรงว่าหลี่เยว่หานจะเผ่นหนีไปเสียก่อน “และข้ายังรู้อีกว่าเจ้ามาหาข้าเพราะฟังคำพูดของเจ้าเด็กถังซีฝานนั่น!”
เดิมทีหลี่เยว่หานตั้งใจจะอยู่ให้ห่างจากเหยี่ยวตัวนี้ แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด นางก็หยุดเท้าลงด้วยความสงสัย หลังจากรักษาระยะห่างที่นางคิดว่าปลอดภัยแล้ว จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เจ้าต้องการจะสื่ออะไร?”
“ถังซีฝานไม่ใช่คนดี เจ้าอย่าไปเชื่อคำพูดของเด็กนั่น” บรรพชนเหยี่ยวดำเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าเด็กนั่นดูภายนอกเหมือนคนซื่อไร้พิษสง แต่ความจริงแล้วใจคอเข้มดำนัก หากไม่ใช่เพราะแผนการของมัน ข้าคงไม่ถูกขังอยู่ที่นี่ โชคยังดีที่ข้าเคยเป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานมาก่อน จิตสำนึกของข้าจึงไม่ถูกช่วงชิงไปทั้งหมด”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ขมวดคิ้ว “เจ้ากับถังซีฝานต่างก็พูดเข้าข้างตัวเอง และบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดี แล้วเหตุใดข้าต้องเชื่อเจ้าด้วยเล่า?”
“เจ้าจะไม่เชื่อข้าก็ไม่เป็นไร ขอเพียงอย่าไปหลงเชื่อถังซีฝานก็พอ” เหยี่ยวดำขยับปีก “ยามนี้ข้าเองก็ตกที่นั่งลำบาก การจะหลอกลวงเจ้าไม่มีประโยชน์อันใดต่อข้าเลยสักนิด”
“หรือเจ้าไม่อยากออกจากแดนราชันไร้เทียมทานแห่งนี้แล้ว?” หลี่เยว่หานสงสัย
“ไม่อยากแล้ว” เหยี่ยวดำพยักหน้า “ผ่านวันเวลาแห่งการเข่นฆ่ามาเนิ่นนาน ข้าเองก็เหนื่อยล้าเต็มที ตลอดหลายพันปีที่อยู่ในแดนราชันไร้เที