ซีฝานก็ยังไปพบซากของมันในป่าจนได้
“ถลกหนังมันมาทำเสื้อคลุมสิ!” ถังซีฝานนัยน์ตาเป็นประกายทันที “เนื้อยังเอามากินได้ด้วยนะ!”
หลี่เยว่หานถลึงตาใส่อีกฝ่าย “เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังเป็นหูต้าลี่ที่พูดคุยได้อยู่เลย ในสายตาข้า มันไม่ใช่สุนัขจิ้งจอกแต่คือมนุษย์คนหนึ่ง ข้าทำใจลงมือไม่ลงหรอก”
“แต่ในเรือนพักลี้ภัยของเจ้าไม่มีอะไรกินเหลือแล้วนะ” ถังซีฝานมองหน้านางด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ากินหญ้ามาหลายปี ย่อมกินหญ้าประทังชีวิตต่อไปได้ แต่เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้าต้องกินข้าว กินเนื้อ มิเช่นนั้นอีกไม่นานเจ้าต้องตายอยู่ที่นี่แน่”
“นั่นก็เข้าทางเจ้าพอดีสิ หากข้าตาย เจ้าก็ได้เป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานคนใหม่” หลี่เยว่หานตอบกลับถังซีฝานอย่างไม่ใส่ใจนัก พลางใช้ท่อนไม้หนาเริ่มขุดหลุมเพื่อฝังซากสุนัขจิ้งจอกของหูต้าลี่
เมื่อได้ฟังคำของนาง ถังซีฝานก็ฮึดฮัดอยู่พักหนึ่งก่อนจะนั่งยอง ๆ ข้างนางแล้วพูดว่า “ความจริงเจ้าใช้พลังแห่งผู้ครอบครองเสกของกินออกมาเองก็ได้นี่”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานเหลือบมองเขา แม้ถังซีฝานจะดูทึ่มทื่อไปบ้าง แต่นางสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้ไร้เล่ห์เหลี่ยมเสียทีเดียว คำพูดของเขาเชื่อได้เพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งนั้นยากจะแยกแยะว่าจริงหรือเท็จ
“ข้าใช้ชีวิตอยู่ในแดนราชันไร้เทียมทานมาตั้งหลายปี อย่างไรเสียข้าก็ย่อมรู้มากกว่าเจ้าอยู่แล้ว” ถังซีฝานพูดด้วยท่าทางขัดเขินเล็กน้อย “อีกอย่าง… อีกอย