ยมทานแห่งนี้แทน”
“แน่นอนว่าเรื่องที่เจ้าบอกว่าการจะลบตัวตนข้าต้องใช้พลังจิตมหาศาลนั้นข้าไม่สงสัยเลย” หลี่เยว่หานมองถังซีฝานที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนด้วยท่าทีสงบนิ่ง “เพียงแต่เจ้าไม่จำเป็นต้องลบตัวตนข้าทิ้ง แค่รอให้ข้ากลายเป็นสัตว์ที่ถูกกักขัง แล้วใช้พลังผู้ครอบครองเปลี่ยนข้าให้กลายเป็นสัตว์ป่า ข้าพูดถูกไหม?”
ใบหน้าถังซีฝานแดงก่ำ เขาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก “เจ้านี่เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวเกินไปแล้ว”
“ถังซีฝาน” หลี่เยว่หานจ้องหน้าเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าให้สัญญาว่าหลังจากข้าออกจากแดนราชันไร้เทียมทานได้ ข้าจะปล่อยเจ้าออกไป ดังนั้นเจ้าก็อย่าพยายามอาศัยความเชี่ยวชาญในแดนราชันไร้เทียมทานมาขุดหลุมฝังข้าอีกเลย
อย่างไรเสียข้ากับเจ้าก็ไม่ใช่สหายกัน ข้าไม่มีทางเชื่อใจเจ้าทั้งหมด แทนที่จะเอาสมองไปคิดเรื่องวางแผนทำร้ายข้า สู้มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าข้าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร เพราะมีเพียงข้าที่ออกไปได้ เจ้าถึงจะมีโอกาสหลุดพ้นจากที่นี่”
ถังซีฝานถูกหลี่เยว่หานพูดจนหน้าแดงเถือก เขาเดินตามหลังนางต้อย ๆ ดูนางเก็บผลไม้ป่าประทังชีวิต ดูนางหลบหลีกสัตว์ร้าย แล้วจึงตามนางกลับไปยังเรือนพักลี้ภัย
ยามนั้นท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว ตลอดทางพวกเขาไม่ได้คุยกันแม้แต่คำเดียว หลี่เยว่หานไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ถังซีฝานกลับรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานกินผลไม้เสร็จแล้วเตรียมจะเอนกายพักผ่อน ถังซีฝานจึงเอ่ยเรีย