ู้อื่น มักจะดูเย็นชากว่าตอนที่อยู่ในเมืองหลวงเสียอีก
“พวกเขามัน… เกิดอะไรขึ้น…” หากมิใช่คนเป็น จะใช้ชีวิตได้เหมือนปกติได้อย่างไร?
เมิ่งฉีฮ่วนปรายตาดูเจียงหมิง “ใคร ๆ ก็บอกว่าเจ้าฉลาดหลักแหลมดุจปีศาจ แต่เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าตอนนี้เจ้าดูโง่เขลานัก? เยว่หานต้องพิษกู่ ส่วนคนบนรถม้าของหงอวี้ที่แยกจากเราไปนาน พอเจอกันอีกครั้งทุกคนกลับมีกลิ่นอายแห่งความตายปกคลุม เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องกู่”
นี่คือสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนคาดการณ์ไว้
เฮ่อเจิ้งเทียนพยักหน้าเห็นพ้องอย่างยิ่ง “ท่านอาจารย์เจียง พูดแล้วท่านอย่าได้ตกใจไป ตลอดทางข้าถูกองครักษ์ลับบนรถคันนั้นจ้องตาไม่กะพริบ เขาไม่มองถนนเลยแม้แต่นิด ทั้งดวงตายังไม่มีร่องรอยของการบาดเจ็บจากแสงสะท้อนของหิมะ เห็นชัดว่าไม่ปกติอย่างยิ่ง”
เมื่อเจียงหมิงได้ฟังและจินตนาการตาม ก็ถึงกับขนลุกซู่ “เช่นนั้นเหตุใดพวกเรายังต้องพาพวกเขาไปด้วย?”
“จะล่อเสือออกจากถ้ำ ก็ย่อมต้องมีเหยื่อล่อ” เมิ่งฉีฮ่วนเค้นยิ้มเย็น เขาแน่ใจว่าการเคลื่อนไหวของเขาตอนออกจากเมืองหลวงนั้นเอิกเกริกมาก จนพวกที่อยากให้เขาตายต้องลอบติดตามมาเป็นแน่ เพียงแต่ตลอดทางมีโอกาสลงมือนับไม่ถ้วน ทว่าผู้อยู่เบื้องหลังกลับเลือกใช้พายุหิมะทำให้รถม้าคันหลังขาดการติดต่อ ทว่าคนเหล่านั้นคงนึกไม่ถึงว่ากลุ่มของเขาจะหลบพายุด้วยการไปเดินเล่นอยู่ที่เมืองเทียนซิงอู่เหอเสียพักใหญ่
ก่อนออกจากเมืองเทียนซิงอู่เหอ