เขาพยักหน้าให้คนงานของโรงเตี๊ยมสี่คาบสมุทรยกเก้าอี้มาให้ ก่อนจะนั่งลงบนแท่นสูงด้วยท่าทางสง่างาม น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แต่ด้วยลมปราณอันกล้าแกร่ง คำพูดเหล่านั้นจึงดังชัดอยู่ในหูของทุกคน
“ร้านค้าในเขตพรรคตนเองถูกพรรคอื่นรังแก นั่นย่อมหมายความว่าพรรคที่พวกเจ้าเลือกพึ่งพานั้นไร้ความสามารถ มันมิได้พิสูจน์สิ่งอื่นใดเลยจริง ๆ”
ในโลกของเมืองเทียนซิงอู่เหอ ความอ่อนแอคือความผิดบาปดั้งเดิม หากอ่อนแอแล้วยังคิดว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ก็มีแต่จะถูกผู้อื่นบดขยี้จนดับสูญ
เรื่องนี้เมิ่งฉีฮ่วนมิต้องเอ่ย ทุกคนในที่นั้นต่างประจักษ์แจ้งดี แม้จะเคยมีกรณีที่บางพรรคใช้ร้านค้าไปประจบเอาใจพรรคข้างเคียง แต่นั่นเป็นพฤติกรรมที่ชาวเทียนซิงอู่เหอต่างดูแคลนที่สุด และร้านค้าเหล่านั้นก็สามารถป่าวประกาศเรื่องราวให้ผู้คนรับรู้ได้ เพราะในเมืองนี้มักมีผู้อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ
ในโลกที่ถือเอากำปั้นเป็นเหตุผล ย่อมไร้ซึ่งเหตุผลใด ๆ ให้กล่าวอ้าง
เมิ่งฉีฮ่วนรู้ดีว่าเมืองเทียนซิงอู่เหอนั้นบิดเบี้ยว แต่เขาก็มิเคยคิดจะปฏิรูปมัน สำหรับเขาแล้ว ขอเพียงปกป้องเหล่าอาจารย์ผู้สอนหนังสือและท่านหมอไว้ให้ได้ก็เพียงพอ ส่วนผู้อื่น หากใครมีเงินจ่าย พรรคพวกนั้นก็จะคุ้มครองให้มากหน่อย ส่วนใครที่ไม่มีเงินและยังสู้รบตบมือกับใครมิได้ การออกจากเมืองเทียนซิงอู่เหอไปเสียย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ดังนั้นแม้เมืองแห่งนี้จะวุ่นวาย แต่ก็เป็นความว