่าวไว้ ทั้งคู่ต่างยืนยันว่าหลี่เยว่หานสิ้นใจแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องฉงนใจที่นางยังมีลมหายใจอยู่
นี่คือปมปัญหาสำคัญที่ทำให้หมอทุกคนต่างมืดแปดด้าน
เมื่อได้รับคำสั่ง หมอผีก็ค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้น เดินตามหลังเมิ่งฉีฮ่วนไปที่ข้างเตียง เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ตามประสบการณ์ของเขา คนบนเตียงย่อมต้องกลายเป็นซากศพแล้ว แต่กลับยังมีลมหายใจแผ่วเบาและชีพจรที่เต้นอ่อน ๆ ช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!
“เคยเห็นสภาพเช่นนี้มาก่อนหรือไม่?” เสียงของเมิ่งฉีฮ่วนดังขึ้นอีกครั้ง
หมอผีได้สติ เขามิรอช้ารีบหยิบมือของหลี่เยว่หานออกมาจากใต้ผ้าห่ม ถกแขนเสื้อขึ้นแล้วใช้เข็มเงินสะกิดที่ข้อมือ ปรากฏว่ามีเลือดสีดำสนิทซึมออกมาจริง ๆ
และทันทีที่เลือดสีดำนั้นไหลออกมา กลิ่นคาวเหม็นเน่ารุนแรงสุดจะพรรณนาฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง จนเฮ่อเจิ้งเทียนต้องรีบเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ
“ข้านึกออกแล้ว!” หมอผีอุทานด้วยความตื่นเต้นขณะรีบจัดการกับรอยเข็มบนข้อมือของหลี่เยว่หาน แล้วหันไปหาเมิ่งฉีฮ่วน “แม่นางผู้นี้ถูกแมลงกู่กัดกินทำลายชีวิต หากผู้น้อยเดามิผิด นางคงต้องกู่ปลิดชีพเข้าแล้วขอรับ!”