คนไปเจอหมูอ้วนให้เชือดงั้นรึ!” ฉือหลินเจียงตะโกนด่าคนที่พูดออกมาคำโต ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความ… ยำเกรงอย่างบอกไม่ถูกว่า “นี่คือรถม้าของท่านเก้าบรรพบุรุษพวกเจ้า!”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที—
เสียงเอะอะวุ่นวายรอบรถม้าหายวับไปกับตา ทันทีที่คำพูดของฉือหลินเจียงสิ้นสุดลง
เวลาผ่านไปราวครึ่งจิบชา ประตูรถม้าก็ถูกเคาะอย่างระมัดระวัง “ท่าน… ท่านเก้า… ห้องพักของท่านจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ…”
แม้ฉือหลินเจียงจะกลับมาอยู่ในถิ่นของตนเองแล้ว แต่ยามที่ต้องเอ่ยปากกับเมิ่งฉีฮ่วน เขายังคงดูราวกับต้องรวบรวมความกล้าอย่างมหาศาล
เฮ่อเจิ้งเทียนและเจียงหมิงหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วนอีกครั้ง
เขาดูเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ทั้งสองคนนิ่งสนิท มิกล้าขยับตัวแม้แต่ปลายนิ้ว
เนิ่นนานผ่านไป ประตูรถม้าก็ถูกเคาะเบาๆ อีกครั้ง เสียงของฉือหลินเจียงที่รวบรวมความกล้าดังขึ้นอีกหน “ท่านเก้า… ห้องพักจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วขอรับ ข้าใช้หนังสัตว์ผืนใหม่ที่ยังมิเคยผ่านมือผู้ใดมารองแท่นนอน ทั้งยังให้คนจุดไฟจนห้องอบอุ่น และจะรีบส่งน้ำล้างมือมาให้เเดี๋ยวนี้ขอรับ!”
ดวงตาที่เหม่อลอยของเมิ่งฉีฮ่วนพลันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาหันไปมองเฮ่อเจิ้งเทียนและเจียงหมิง “พวกเจ้าลงไปก่อน” เมื่อพูดจบ เขาก็หยัดกายขึ้นนั่งตัวตรง แล้วหยิบหน้ากากสีดำครึ่งใบออกมาจากกล่องในรถม้าสวมทับลงบนใบหน้า
เฮ่อเจิ้งเทียนและเจ