ัญกล้าเทียมฟ้าเขาก็ไม่บังอาจลุกขึ้น
ประหนึ่งยามที่เมิ่งฉีฮ่วนสังหารลูกน้องของเขาเมื่อครู่ เขาก็มิกล้าแม้แต่จะหันไปมองแม้เพียงนิดเดียว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดมิอาจทราบได้ ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำในทุ่งน้ำแข็ง มักทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเวลาช่างเชื่องช้านัก ในที่สุดเมิ่งฉีฮ่วนก็เอ่ยปากอีกครั้ง “พวกเจ้ามาทำอะไรที่ทุ่งน้ำแข็งนี่”
“สมาชิกพรรคส่วนใหญ่เกิดทางเหนือ พวกเราจึงทนต่อความหนาวเย็นได้มากกว่าผู้อื่น แม้พายุหิมะทางเหนือจะรุนแรง แต่พวกเราก็ยังพอจะสร้างค่ายพักแรมขึ้นมาได้ วัน ๆ ก็อาศัยการเจาะน้ำแข็งจับปลา ล่าหมีขาว พอให้มีชีวิตรอดไปได้ขอรับ”
สมองของฉือหลินเจียงเริ่มชาหนึบเพราะความหนาว ทันทีที่เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยถาม เขาถึงกับสะดุ้งโหยงแล้วรีบตอบคำถามทันควัน ด้วยเกรงว่าหากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ศีรษะของตนจะแหลกละเอียดเหมือนลูกแตงโมพวกนั้น
“เช่นนั้นก็หมายความว่า ไม่มีใครคิดจะต่อกรกับสมาคมการค้าไห่หรงเฟิงเลยรึ?” น้ำเสียงของเมิ่งฉีฮ่วนยามนี้ดูสงบนิ่ง เฮ่อเจิ้งเทียนจึงเริ่มรู้สึกว่าเจ้านายที่เขาคุ้นเคยได้กลับมาแล้ว
“เคยคิดขอรับ ทว่าสมาคมการค้าไห่หรงเฟิงนั้นร่ำรวยยิ่งนัก หากพรรคใดไม่ยอมสยบ พวกเขาก็จะควักเงินก้อนโตจ้างวานพรรคอื่นไม่ว่าจะพรรคเดียวหรือหลายพรรคให้มารวมหัวกัน เพื่อมากวาดล้างและขับไล่พรรคที่ไม่ยอมเชื่อฟังออกไป” ฉือหลินเจียงตอบเร็วเสียจนแทบจะเป็นการแย่งตอบ
“ฟังดูแล้ว พรรคหมาป่าเหมัน