เบาบางเท่านั้น
ยิ่งดึกสงัด เสียงหวีดหวิวของพายุหิมะในทุ่งน้ำแข็งก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราด ดวงจันทร์พ้นจากมวลเมฆหนาทึบออกมาให้เห็นครู่หนึ่ง ท่ามกลางแสงจันทร์สลัว เฮ่อเจิ้งเทียนและเจียงหมิงมองเห็นเกล็ดหิมะขนาดใหญ่ถูกลมม้วนตัวเป็นเกลียวพายุขนาดย่อมพุ่งเข้าชนทุกสิ่งอย่างไร้ทิศทาง
ชั่วขณะนั้น ทั้งคู่มิอาจรู้ได้ว่าควรหวาดกลัวเมิ่งฉีฮ่วนที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนนิสัยกลายเป็นเพชฌฆาตในคืนหิมะคลั่ง หรือควรจะกลัวว่าหากค้างแรมที่ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้คืนหนึ่ง พวกเขาจะถูกหิมะถมทับจนมิดกันแน่
ทว่าต่อให้หวาดกลัวเพียงใด ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากออกมา
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนอีกสามคนที่เหลือเริ่มคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะค้างคืนที่ทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้เสียแล้ว ในที่สุดเขาก็หยัดกายลุกขึ้นจากข้างกองไฟอย่างช้า ๆ
เงาขนาดมหึมาทอดทับไปยังทิศทางหนึ่ง ชั่วพริบตานั้นร่างของเมิ่งฉีฮ่วนดูราวกับเป็นเทพเจ้าผู้ครองแผ่นดินแห่งนี้ แรงกดดันอันมหาศาลทำให้หัวใจของคนทั้งสามเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก
“ฉือหลินเจียง นำทางไป” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยพลางปัดหิมะออกจากเสื้อคลุมขนสัตว์ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติว่า “ไปที่ค่ายพักของพรรคหมาป่าเหมันต์”
ฉือหลินเจียงคล้ายกับสมองถูกแช่แข็งไปแล้ว เขาเหม่อมองเมิ่งฉีฮ่วนที่ใบหน้าซีกหนึ่งยังคงจมอยู่ในเงามืด พลางอ้าปากค้างอย่างคนเสียสติไปครู่หนึ่ง
ฝ่ายเฮ่อเจิ้งเทียนและเจียงหมิงกลับรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เฮ่อเจิ้งเทียนรีบใ