ขวางไม่ให้นางได้เดินทางไปท่องเที่ยวทั่วแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้
บางทีคนในโลกนี้ที่คิดเหมือนนางคงมีน้อยเพียงหยิบมือ… เพราะเหตุนี้ในสายตาของเมิ่งฉีฮ่วน นางจึงดูพิเศษกว่าใคร
“เจ้าอยากไปที่ไหน ข้าก็จะพาไปที่นั่น” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้มอย่างอ่อนโยน “แต่ก่อนจะไป พวกเราต้องจัดงานแต่งงานให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เช่นนั้นเจ้าตั้งใจจะยอมให้ขบวนสินสอดของข้าเข้าประตูจวนกั๋วกงได้เมื่อไหร่กันล่ะ?”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็เบ้ปาก สะบัดหัวหนีไม่ให้เขาลูบผม “ก่อนหน้านี้ท่านทิ้งข้าให้รออยู่นานเกือบสองเดือน อย่างไรข้าก็ต้องทวงทุนคืนให้คุ้มค่าเสียหน่อย…”
“เช่นนั้นคงต้องรอไปถึงฤดูร้อนเชียวหรือ!” เมิ่งฉีฮ่วนแสร้งถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย “ข้าอุตส่าห์ตั้งใจจะพาเจ้าไปชมความงามของขุนเขาและสายน้ำยามฤดูใบไม้ผลิแท้ ๆ”
“ลมหนาวเสียดแทงถึงเพียงนั้น ไม่ดูหรอก” หลี่เยว่หานส่ายหน้า “จริงสิ ถ้าท่านทิ้งจวนฉีอ๋องไปแบบนี้ จี้ซินเยว่จะไม่หาเรื่องทำร้ายอาอี้กับอานิ่งหรือ?”
“ข้าสั่งขังนางไว้แล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนยื่นมือไปเช็ดน้ำแอปเปิ้ลที่มุมปากของหลี่เยว่หาน “ข้ายังส่งนางกลับจวนสกุลจี้ในตอนนี้ไม่ได้ จึงทำได้เพียงกักบริเวณนางไว้ก่อน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานกลับไม่มีท่าทีใด ๆ ทว่าหงอวี้ที่มีความกล้าหน่อยกลับช่วยเอ่ยปากทวงความยุติธรรมแทนเจ้านาย “ท่านอ๋องอาจจะยังไม่ทราบ ก่อนหน้านี้แม่นางจี้ชายารองของท่านขยันมาหาเรื่องท่านหญิงของพวกเราตั