้งกี่ครั้ง พูดจาแต่ละอย่างล้วนร้ายกาจฟังไม่ได้ ท่านหญิงของพวกเราต้องทนแบกความอัดอั้นตันใจไว้เต็มอกเลยนะเจ้าคะ!”
“พูดเหลวไหล” หลี่เยว่หานไม่เคยคิดจะเล่าเรื่องจี้ซินเยว่ให้เมิ่งฉีฮ่วนฟัง สำหรับนางแล้ว หมากกระดานนี้จี้ซินเยว่คือตัวละครที่จำเป็นต้องเดิน และการปล่อยให้นางมาลำพองใจตรงหน้าก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะส่งนางมาที่จวนกั๋วกงโดยไม่บอกใบ้แม้แต่คำเดียว แต่นางก็เชื่อมั่นในตัวเขา
ความเชื่อใจนี้ไม่มีใครทำลายได้ แม้แต่จี้ซินเยว่ที่เคยก่อกวนใจจนนางเกือบจะไม่เชื่อมั่นในตัวเมิ่งฉีฮ่วนมาหลายครั้งก็ตาม
ยามนี้ความรักระหว่างพวกเขาหยั่งรากลึกเกินกว่าจะเปรียบกับเมื่อก่อนได้แล้ว
“ข้ารู้เรื่องทั้งหมด” เมิ่งฉีฮ่วนหยิกแก้มหลี่เยว่หานเบา ๆ “ทุกครั้งที่จี้ซินเยว่มาอวดดีต่อหน้าเจ้า ข้ารู้ดี และข้าก็จดจำไว้ทุกเรื่อง”
หลี่เยว่หานไม่ได้กล่าวอะไร นางส่งเสียง “อืม” ในลำคอเบา ๆ แล้วก้มหน้าก้มตารับประทานแอปเปิ้ลต่ออย่างตั้งใจ
ในวันที่ห้าที่ขบวนสินสอดของจวนฉีอ๋องจอดเรียงรายเต็มท้องถนน ในที่สุดจวนกั๋วกงก็เปิดประตูใหญ่ โดยมีกั๋วกงเฒ่าออกหน้าขอพระราชทานราชโองการ ยอมรับงานมงคลสมรสในครั้งนี้
ในวันสิ้นปี หลี่เยว่หานสวมชุดสีแดงมงคล ออกเรือนจากจวนกั๋วกง พร้อมกับขบวนสินเดิมหกสิบหกคันรถที่ทางจวนกั๋วกงจัดเพิ่มให้ นางเข้าพิธีมงคลสมรสกับฉีอ๋องเป็นครั้งที่สอง
กลายเป็นฉีหวังเฟยอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ในขณะเดียว