ประหารชีวิตจงเจิ้งเซวียนต่อหน้าสาธารณชน โดยมีเมิ่งฉีฮ่วนเป็นผู้คุมการประหารและให้ลงมือทันที
แม้เมิ่งฉีฮ่วนจะพยายามบีบให้ฮ่องเต้สั่งลงโทษแล่เนื้อพันชิ้นแต่ฮ่องเต้ก็ยังทรงมีความรักฉันพ่อลูก จึงยืนกรานปฏิเสธ จนสุดท้ายทั้งสองฝ่ายยอมถอยให้กันคนละก้าว เพื่อรักษาหน้าตาอันบางเบาดุจปีกจักจั่นที่ยังเหลืออยู่ต่อกันไว้
ในวันประหารชีวิตจงเจิ้งเซวียน เมิ่งฉีฮ่วนมิสนกฎระเบียบของบรรพบุรุษ เขาเดินขึ้นไปยังลานประหารด้วยตนเองเพื่อดึงผ้าคลุมศีรษะสีดำของจงเจิ้งเซวียนออก เพื่อตรวจเช็กให้แน่ใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นตัวจริงแน่แท้ ก่อนจะสั่งให้เริ่มลงมือ
เมื่อจงเจิ้งเซวียนสิ้นใจ ร้านขายข้าวสารของทางการก็กลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง แม้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะไม่เต็มพระทัยนัก แต่เสบียงหลายร้อยเกวียนไม่รู้ที่มาที่ไปพากันปรากฏออกมา เพื่อไม่ให้ถูกผู้อื่นแย่งชิงไป ร้านเสบียงของทางการจึงถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องเปิดขาย
เหตุการณ์นี้ยิ่งเป็นการพิสูจน์ทางอ้อมว่า ผู้ที่กักตุนเสบียงไว้ก่อนหน้านี้คือฮ่องเต้จริง ๆ
นับแต่นั้น ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็ทรงเฝ้าระวังเมิ่งฉีฮ่วนอย่างเต็มกำลัง
“อะไรนะ เจ้าจะออกจากเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ?” ภายในห้องทรงพระอักษร ยามที่ได้ยินเมิ่งฉีฮ่วนแจ้งว่าจะขอลาออกจากเมืองหลวง ปฏิกิริยาแรกของฮ่องเต้คือคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนกำลังวางแผนชั่วร้ายอันใดอีก
“ขอรับ” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “เดิมทีตอนที่ข้ากลับมายังเมืองหลวง ก