บเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างที่สุดแล้ว เขาจะยังกล้าหวังให้ลูกสาวของตนมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ…
เขาช่างโลภมากเกินไปแล้ว…
“ท่านอาจารย์หลี่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบาย ให้ข้าช่วยตามหมอมาตรวจดูสักหน่อยดีหรือไม่?” กวนชิ่งอวิ๋นยังคงแสดงความเคารพต่อหลี่เจี้ยนโบเสมอ
หลี่เจี้ยนโบได้สติจึงโบกมือปฏิเสธ “ขอบน้ำใจเถ้าแก่กวนมาก ข้าเพียงแต่อ่านหนังสือนานไปหน่อยจึงรู้สึกเพลียเล็กน้อย พักผ่อนสักพักก็คงจะดีขึ้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กวนชิ่งอวิ๋นก็รีบลุกขึ้นขอตัวลากลับ “ขออภัยด้วย ข้าเผลอรบกวนเวลาของท่านอาจารย์หลี่มานานเหลือเกิน”
“ไม่เป็นไรหรอก หากเถ้าแก่กวนอยากจะอ่านหนังสือหรือฝึกเขียนคำเมื่อใด ก็มาหาข้าได้ทุกเวลา”
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านอาจารย์หลี่แล้ว”
หลังจากส่งกวนชิ่งอวิ๋นกลับไป หลี่เจี้ยนโบก็ลงกลอนประตู ล้างหน้าล้างตาแล้วดับไฟนอนลงบนเตียง ทว่าในใจกลับมีระลอกคลื่นซัดสาดอยู่ในหัวสมองไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งในที่สุดยามที่อยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบสงัด หลี่เจี้ยนโบก็ผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาเต็มใบหน้า
ก่อนหน้านี้ในยามที่เขาค้นหาความทรงจำของร่างเดิม เขาก็เคยสงสัยว่าหลี่เยว่หานจะใช่เยว่หานของเขาหรือไม่ แต่ความเป็นไปได้นั้นช่างน้อยนิดนัก แม้ว่าหลี่เยว่หานจะเปลี่ยนนิสัยใจคอไปราวกับเป็นคนละคน แต่เพราะร่างเดิมนั้นมิได้ใส่ใจหลี่เยว่หานเลย ความทรงจำเกี่ยวกับบุตรสาวคนนี้จึงเล