พากันกรูเข้ามาห้อมล้อม
เสบียงหนึ่งรถม้าเคี่ยวเป็นโจ๊ก แจกจ่ายให้คนละชาม ก็นับว่าเพียงพอสำหรับผู้คนจำนวนมากแล้ว
อวี๋หลันคอยตักโจ๊กแจกพลางเสพสุขกับคำสรรเสริญเยินยอจากชาวบ้าน ในใจของนางเปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจในเกียรติยศ แม้การแจกโจ๊กจะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่นางยังคงยืนหยัดลงมือด้วยตนเอง ยามได้ยินเสียงที่ว่า
“คุณหนูใหญ่จวนกั๋วกงช่างงดงามและมีน้ำใจประเสริฐ ยามนี้เปรียบดั่งพระโพธิสัตว์ที่มีชีวิตจริง ๆ” นางถึงกับเริ่มจินตนาการไปว่า เมื่อกลับถึงจวนแล้ว อวี๋เจ๋อฟางและฟางจื่อหลานจะกล่าวชมเชยนางอย่างไรบ้าง
สิ้นสุดวัน อวี๋หลันเหนื่อยจนแขนแทบยกไม่ขึ้น เสบียงหนึ่งรถม้าถูกเคี่ยวเป็นโจ๊กแจกจ่ายจนหมดสิ้น เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืด อวี๋หลันจึงให้สาวใช้ประคองขึ้นรถม้ากลับจวน
ขณะอยู่บนรถม้า อวี๋หลันยังคงพูดคุยกับสาวใช้ของตนถึงเรื่องที่อวี๋เจ๋อฟางและฟางจื่อหลานจะชมเชยนางว่าอย่างไร แต่คิดไม่ถึงว่า ทันทีที่กลับถึงจวนกั๋วกง นางกลับถูกตวาดให้ลงไปคุกเข่าอยู่ที่โถงกลางทันที
“เจ้าเขลาจนไม่รู้หรือว่า สิ่งที่เจ้าทำลงไปในวันนี้ มันเพียงพอที่จะทำให้เจ้าถูกคุมขังในคุกหลวงได้เลย!” อวี๋เจ๋อฟางโกรธจัดจนต้องเอามือไขว้หลังเดินวนเวียนไปมาในโถงไม่หยุด
“ตั้งแต่คราที่องค์ปฐมจักรพรรดิแห่งแคว้นตงฮั่นสถาปนาแคว้น ทรงวางกฎไว้ว่า ห้ามมิให้มีการตั้งโรงทานแจกโจ๊กในเมืองหลวงเด็ดขาด! เจ้ามันเป็นบ้าไปแล้ว!”