ม่อมยิ่งเป็นคนขวัญอ่อน ไม่อาจทนรับการข่มขู่ได้เสียด้วย”
พูดจบ เขายังทำท่าทางยกมือขึ้นตบหน้าอกเบา ๆ ประหนึ่งว่าตกใจกลัวอย่างที่สุดจริง ๆ
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมองดูท่าทางเสแสร้งของเมิ่งฉีฮ่วนแล้วก็ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ทรงทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อจงเจิ้งเสียนดันไปพลาดท่าล่วงเกินเมิ่งฉีฮ่วนเข้า และเมิ่งฉีฮ่วนเองก็เป็นพวกประเภทที่ชอบตามขยี้ซ้ำยามคนอื่นเพลี่ยงพล้ำเสียด้วย…
“เอาตามที่ฉีอ๋องว่าก็แล้วกัน” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นตรัสเสียงเย็น “สั่งให้องค์ชายใหญ่จงเจิ้งเสียน กักบริเวณตัวเองอยู่ภายในจวนเพื่อตั้งใจอ่านตำรา อีกสิบวันค่อยกลับมาเข้าเฝ้าและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้มาให้เราฟัง” อย่างไรเสียฮ่องเต้ก็ยังคงไว้ลาย แบ่งรับแบ่งสู้เอาไว้
ในอีกสิบวันข้างหน้าจะมีการประชุมใหญ่ขุนนางทั่วทิศพอดี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ราชสำนักต้องการกำลังคนอย่างมาก การสั่งกักบริเวณสิบวันจึงถือว่าไม่มากไม่น้อยเกินไป ทั้งยังช่วยปิดปากเมิ่งฉีฮ่วนได้ด้วย
“ลูกรับพระบัญชา ขอบพระทัยเสด็จพ่อขอรับ!” จงเจิ้งเสียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกในใจ
เมิ่งฉีฮ่วนปรายตาไปมองจงเจิ้งอวี่แล้วยิ้มออกมาอย่างไร้เสียง
ช่างน่ายินดียิ่งนัก วันนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
เมื่อเกิดเหตุการณ์เสบียงขาดแคลนในเมืองหลวง จงเจิ้งเสียนก็กระหายที่จะสร้างผลงานต่อพระพักตร์จนตัวสั่น นั่นจึงเปิดโอกาสให้เมิ่งฉีฮ่วนจับจุดอ่อนของเขาได้ และบีบให้ฮ่องเต้ต้องสั่งกักบริ