เวณเขาในที่สุด
แม้จะเป็นการกักบริเวณเพียงสิบวัน แต่มันก็เพียงพอที่พวกเขาจะจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากมาย
เนื่องจากมีเรื่องแทรกของจงเจิ้งเสียนเข้ามา ทำให้ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่าควรจัดการเรื่องเสบียงขาดแคลนอย่างไร มีขุนนางหลายคนเสนอให้เมิ่งฉีฮ่วนเป็นฝ่ายไปพบหลี่เยว่หานด้วยตนเอง เพื่อดูว่าเธอจะหายโกรธเคืองและยอมนำเสบียงออกมาขายได้หรือไม่
เมิ่งฉีฮ่วนแสร้งทำเป็นขัดศรัทธาทุกคนไม่ไหวจึงยอมตกลง
และแล้วภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย จี้ซินเยว่ผู้โง่เขลาก็เดินทางมาปรากฏตัวที่หน้าประตูจวนกั๋วกงอีกครั้ง
“ไปเรียกฮั่นหรงฟูเหรินออกมาพบข้า!” ตั้งแต่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนสั่งกักบริเวณครั้งก่อน จี้ซินเยว่ก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าตนเองเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเมื่อเธอทราบว่าคนในราชสำนักต้องการให้เมิ่งฉีฮ่วนไปพบหลี่เยว่หานเพื่อขอโทษ เธอจึงเป็นฝ่ายอาสาออกมาเอง
ประหนึ่งว่าเมิ่งฉีฮ่วนคาดการณ์ท่าทีของจี้ซินเยว่ไว้แล้ว ทันทีที่เขาเลิกประชุม คำสั่งกักบริเวณของเธอก็ถูกยกเลิกไปทันที
ในขณะที่นั่งอยู่บนรถม้าเพื่อไปจวนกั๋วกง ใจหนึ่งจี้ซินเยว่ก็ไม่อยากทำ แต่อีกใจก็รู้สึกยินดีที่เมิ่งฉีฮ่วนยังเห็นว่าเธอมีประโยชน์ ด้วยความรู้สึกที่ย้อนแย้งนี้ เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าจวนกั๋วกง เธอจึงรวบรวมลมหายใจแล้วแสร้งทำท่าทางหยิ่งยโสโอหังออกมา—
ใช่แล้ว นางรู้ดีว่าในหทัยของเมิ่งฉีฮ่วนไม่มีที่ว่างให้นางเลย ความอวดดีทั้งหมดจ