ก เขาหวังจะซื้อใจจงเจิ้งเซวียนเพื่อแลกกับการสนับสนุนจากตระกูลเฉินส่วนหนึ่ง ดังนั้นเขาจะปล่อยให้ฮ่องเต้ออกหน้ารับแรงกระแทกเพียงลำพังไม่ได้
“สิ่งที่ท่านอาฉีอ๋องกล่าวมานั้นมีส่วนถูก” จงเจิ้งเสียนยอมก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเมิ่งฉีฮ่วนตามสายตาสั่งการของฮ่องเต้
“เพียงแต่เรื่องการสมคบคิดนี้มีเพียงคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวจากกษัตริย์แคว้นเหลี่ยหลาน เมื่อเทียบกับหลักฐานที่มัดตัวบุตรอนุตระกูลเฉินอย่างแน่นหนาแล้ว ลำพังจดหมายฉบับนี้ย่อมไม่อาจใช้ตัดสินความผิดของน้องรองได้”
“โอ้?” เมิ่งฉีฮ่วนเอียงคอมองจงเจิ้งเสียน “เปิ่นหวังเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกว่า ลายลักษณ์อักษรของประมุขแผ่นดินผู้หนึ่ง กลับมีน้ำหนักน้อยกว่าหลักฐานที่เต็มไปด้วยข้อพิรุธเหล่านั้น องค์ชายใหญ่โปรดระวังคำพูดด้วย”
คำพูดนี้ทำเอาจงเจิ้งเสียนถึงกับไปไม่เป็น
จริงอย่างที่เมิ่งฉีฮ่วนว่า ลายลักษณ์อักษรของกษัตริย์แคว้นเหลี่ยหลานในฐานะประมุขแห่งรัฐย่อมมีน้ำหนักมหาศาลเกินกว่าจะมองข้ามได้…
“ท่านอา ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยหลักฐาน เรามิอาจแน่ใจได้ว่าสิ่งที่ทูตผู้นั้นอ่านกลางท้องพระโรงคือลายลักษณ์อักษรจริงหรือไม่ บางทีกษัตริย์แคว้นเหลี่ยหลานอาจมีเรื่องบาดหมางกับน้องรอง จึงจงใจให้คนสนิทเขียนจดหมายมาใส่ร้ายเขาก็เป็นได้?” จงเจิ้งเสียนพยายามหาทางช่วยน้องชายอีกครั้ง
“องค์ชายใหญ่กล่าวได้มีเหตุผลยิ่ง” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างกะทันหัน “เพื่อเป็นการพิสูจ