ทาน เจ้าสามารถไปรับโจ๊กกินฟรีได้วันละชาม ใช้ช่วงเวลานี้เร่งทำงานเก็บออมเงินไว้ พอโรงทานปิดเจ้าจะได้มีเงินในมือบ้าง ถึงตอนนั้นค่อยไปกว้านซื้อข้าวสารเก่าจากตามหมู่บ้านนอกเมือง เพราะช่วงนั้นข้าวเก่าจะมีราคาถูกมาก”
อย่างไรเสียยายหลงก็ไม่อยากให้คนข้างบ้านต้องมาหนาวตายหรืออดตาย แม้นางจะนึกดูถูกท่าทางยาจกของหลี่ต้าเฉิงอยู่บ้าง แต่ก็ยังถือว่าช่วยชี้แนะแนวทางรอดให้
หลี่ต้าเฉิงฟังแล้วก็ประสานมือคำนับอย่างมีมารยาท “ขอบพระคุณยายหลงที่ชี้แนะ” พูดจบเขาก็หันไปสำรวจบ้านผุ ๆ ของเขาต่อ
“แล้วนี่เจ้าจะทำอะไรต่อ?” ยายหลงถามด้วยความอยากรู้
“ดูว่ารูรั่วตรงไหนมีลมเข้าบ้าง จะได้คำนวณถูกว่าต้องไปเก็บหญ้าแห้งมามากเท่าไหร่ถึงจะพอกับการอุดรูพวกนี้”
เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว ยายหลงจึงเดินกลับบ้านไป
บ้านหลังเก่าที่หลี่ต้าเฉิงอาศัยอยู่นี้ คือบ้านที่หลี่หรงหรงซื้อไว้ให้ตอนที่พวกนางพี่น้องบอกว่าไม่สามารถพามารดาและบิดาไปเมืองหลวงด้วยได้ ยังดีที่ตอนหวังเฟิ่งแต่งงานใหม่นางไม่ได้เรียกร้องเอาบ้านหลังนี้ไปด้วย
คงเป็นเพราะนางเห็นว่าหลี่ต้าเฉิงร่อแร่ใกล้ตาย แถมไม่มีเงินทองติดตัว การจะเอาบ้านที่กำลังจะมีคนตายก็ดูจะไม่เป็นมงคลนัก นางจึงยอมรามือไป
ทว่าตอนนี้หลี่ต้าเฉิงยังไม่ตาย แถมยังฟื้นตัวกลับมาได้ เขาจึงต้องระวังไม่ให้หวังเฟิ่งย้อนกลับมาแย่งชิงทรัพย์สินไปอีก ดังนั้นทันทีที่ออกจากโรงหมอวันนี้ สิ่งแรกที่เขาทำคือไป