ักใหญ่ ก่อนจะหยิบเหรียญทองแดงออกมาสามเหรียญด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ “ขออภัยด้วยนะยายหลง ข้ามีเงินติดตัวเท่านี้จริง ๆ”
เงินสามเหรียญทองแดงซื้อซาลาเปาได้เพียงสองลูกเท่านั้น แต่ผ้าห่มเก่าที่ยายหลงให้หลี่ต้าเฉิงมานั้นทั้งแข็งและกระด้าง ปกติมีไว้สำหรับตอกติดผนังกันลมเสียมากกว่า แทบจะไม่มีราคาค่างวดอะไร ดังนั้นแม้จะได้เพียงสามเหรียญ ยายหลงก็ไม่นึกรังเกียจ นางรีบรับเงินจากมือเขาไปอย่างเป็นธรรมชาติ
“แล้วนี่น้องชายต้าเฉิง เจ้าจะผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างไรในสภาพนี้?” ยายหลงกำเหรียญไว้ในมือแน่น พลางเอ่ยถามเลียบเคียงเพื่อหยั่งเชิง
“ข้ากะว่าจะไปเก็บหญ้าแห้งแถวนอกเมืองมาอุดรูรั่วตามผนังที่ลมรอดเข้ามาก่อน” หลี่ต้าเฉิงตอบ “จากนั้นค่อยไปรับจ้างแบกของที่ท่าเรือสักสองสามวัน พอได้ค่าจ้างค่อยเอาไปซื้อข้าวสารราคาถูกมาตุนไว้ อย่างน้อยก็ประคองตัวให้ผ่านฤดูหนาวที่หนาวจะตายชักนี้ไปให้ได้ก่อน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ยายหลงก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจให้น่าติดตามต่อ นางส่ายหน้าทันที “สภาพอย่างเจ้าน่ะรึ กลัวว่าจะผ่านฤดูหนาวไปไม่พ้นมากกว่า เจ้าไม่รู้หรอกว่าในแต่ละปี อำเภอฮัวซีของเรามีคนหนาวตายไปเท่าไหร่!”
“เช่นนั้นยายหลงพอจะมีคำแนะนำดี ๆ บ้างไหม?” หลี่ต้าเฉิงแสร้งถามอย่างผู้ใฝ่รู้
“ไม่มีหรอก ถ้าข้ามีคำแนะนำดีขนาดนั้นข้าคงไปทำเองแล้ว” ยายหลงทำท่ารังเกียจ “ข้าแค่จะบอกเจ้าไว้ว่า ทุกปีช่วงต้นฤดูหนาว ทางศาลาว่าการจะตั้งโรง