สิ ตอนเขาล้มป่วยหนัก ข้าต้องไปรับจ้างซักผ้าให้คนอื่นเพื่อหาเงินมารักษาเขา จนมือเปื่อยพองดูไม่ได้เช่นนี้” หวังเฟิ่งพร่ำบ่นพลางแสร้งบีบน้ำตา
“หากท่านหมอไม่บอกข้าว่าเขาอาการดีขึ้นมากแล้ว ข้าก็คงไม่กล้าแต่งงานใหม่หรอก เป็นลูกสะใภ้ที่ทำเพื่อสามีได้ถึงเพียงนี้ ก็นับว่าข้ามีเมตตาและคุณธรรมมากพอแล้ว!”
หลี่ต้าเฉิงนิ่งเงียบฟังคำโป้ปดของหวังเฟิ่งท่ามกลางลมหนาว สายตาที่เขามองนางนั้นคมกริบดุจใบมีด ราวกับจะเชือดเฉือนหญิงที่กำลังตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จผู้นี้ให้ขาดสะบั้น
เขายอมรับว่ายามที่นางไปซักผ้าให้นั้นลำบากจริง แต่เจ้าของร่างเดิมเป็นคนขยันขันแข็งและออมเงินไว้ไม่น้อยก่อนจะล้มป่วย หวังเฟิ่งซักผ้าได้ไม่กี่วันมือก็เปื่อย หลังจากนั้นเงินที่ใช้สอยทั้งหมดล้วนเป็นเงินเก็บของร่างเดิมทั้งสิ้น!
ช่างเถิด… เดิมทีหลี่ต้าเฉิงคิดจะเข้าไปโต้แย้ง แต่พอมาคิดดูว่าตนเองก็มาอาศัยร่างผู้อื่นอยู่ ไม่ควรไปต่อปากต่อคำกับคนในครอบครัวเดิมของเขานัก จึงคิดจะเดินจากไปเสีย
“หยุดนะ! ใครอนุญาตให้เจ้าไป!” แต่หวังเฟิ่งกลับไม่ยอมเลิกรา หากหลี่ต้าเฉิงตายไปเสียก็แล้วไป แต่นี่เขายังไม่ตาย นางจึงตั้งใจจะถากถางเขาให้จมดิน ไม่เช่นนั้นหากเรื่องเข้าหูคนตระกูลเหมา ก็เกรงว่าจะพาลให้เข้าใจผิดว่านางยังมีเยื่อใยกับชายผู้นี้อยู่!