น แล้วพึมพำบางอย่างออกมาอย่างไม่ชัดเจน
“ท่านพี่ ร่างกายท่านยังอ่อนแอนัก หากมีแรงก็จงนอนพักผ่อนเสียเถิด” หวังเฟิ่งฟังไม่ออกว่าเขาพูดอะไร ได้แต่ปลอบให้เขานอนต่อ “พรุ่งนี้ข้าจะไปดูที่จวนเจ้าเมืองว่ามีการตั้งโรงทานแจกข้าวต้มหรือไม่ หากมีข้าจะไปขอมาให้ท่านกินสักชาม ยามนี้ฟ้าหนาวน้ำแข็งจับไปทั่ว บนเขาไม่มีฟืนให้เก็บแล้ว พวกเรานอนเบียดกันเช่นนี้จะได้อุ่นขึ้นหน่อย”
พูดจบหวังเฟิ่งก็ขยับตัวเข้าไปเบียดข้างกายหลี่ต้าเฉิง “ท่านพี่ ท่านอย่าได้โทษข้าเลยที่ข้าไม่ไปหาแม่หนูเยว่หาน เพราะนังเด็กนั่นเกลียดข้าเข้ากระดูกดำ ข้ากลัวว่าพอนางเห็นหน้าข้าแล้วจะอารมณ์ไม่ดีจนไปลงที่หรงหรง ท่านก็รู้ว่าที่หรงหรงได้เป็นสะใภ้ตระกูลหลิ่วนั่นก็เพราะคำสั่งของเยว่หาน ตอนนี้ฐานะของนังเด็กนั่นสูงส่งนัก ข้าไม่กล้าล่วงเกินนางอีกแล้ว”
“ท่านพี่ หลายปีที่แต่งให้ท่านมา ข้าทำผิดต่อท่านยิ่งนัก”
ระหว่างที่พูดอยู่นั้น หวังเฟิ่งก็เคลิ้มหลับไป
ไม่รู้ว่าเป็นภาพหลอนหรือไม่ หวังเฟิ่งกึ่งฝันกึ่งตื่นเห็นหลี่ต้าเฉิงลุกขึ้นจากเตียง เขาช่วยห่มผ้าให้นางอย่างเบามือ ก่อนจะเดินผ่านประตูที่ผุพังออกไปข้างนอก
ท่ามกลางลมหนาวและหิมะที่โปรยปรายอย่างหนัก หลี่ต้าเฉิงกลับดูเหมือนไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยสักนิด เขาหยุดเดินที่หน้าประตูแล้วหันกลับมามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินจากไปอย่างสงบเยือกเย็น
เช้าวันรุ่งขึ้น ร่างของหลี่ต้าเฉิงกลับเย็นชืดมานานแล้ว