อไหร่เจ้าคะ…”
หลี่เยว่หานไม่ได้ตอบ แต่นางเดินตรงเข้าไปในห้อง ห้องที่จุดเตาผิงอุ่นสบายทำให้ร่างกายที่เย็นเยือกของนางเริ่มอุ่นขึ้น นางเดินไปดูลูกทั้งสอง เมื่อเห็นว่าพี่น้องทั้งคู่กินอิ่มและหลับปุ๋ยไปแล้ว นางจึงค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น มองไปที่เสี่ยวอวิ๋นและแม่นมที่มีสีหน้ากระวนกระวาย
“พวกเจ้าบอกว่า เมื่อคืนนี้ฉีอ๋องไปค้างอ้างแรมกับยอดบุปผางามเยว่เซ่อ นางโลมอันดับหนึ่งของเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไปได้ยินมาจากที่ใด? หรือมีใครตั้งใจกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเขากันแน่?”
“ฟูเหริน…” แม่นมดูจะมีสติกว่าเสี่ยวอวิ๋น เมื่อเห็นหลี่เยว่หานถามเช่นนั้น นางก็ไม่คิดจะหลบเลี่ยงอีก ได้แต่ทอดถอนใจ “เรื่องที่ฉีอ๋องทุ่มเงินมหาศาลเมื่อคืน กลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านร้านตลาดเอาไปคุยกันสนุกปากทั่วเมืองแล้วเจ้าค่ะ หากไม่มีมูลความจริง ผู้คนก็คงไม่ลือกันหนาหูเช่นนี้”
ได้ยินคำยืนยัน หลี่เยว่หานก็ค่อย ๆ หลุบตาลง ไม่มีใครรู้ว่าในยามนี้นางกำลังคิดสิ่งใดอยู่