ีฮ่วนทำลายลงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เขาเก็บงำความอ่อนโยนบนใบหน้าแล้วเอ่ยเสียงเย็น “ท่านรู้ดีว่าเสด็จพ่ออยู่ข้างข้า ท่านแน่ใจแล้วหรือที่จะร่วมมือกับเจ้าสามมาเป็นศัตรูกับข้า?”
“องค์ชายใหญ่ดูจะมั่นใจในตนเองเกินไปเสียหน่อย หากฝ่าบาทมีพระทัยให้เจ้าจริง เหตุใดจึงแต่งตั้งองค์ชายสามเป็นรัชทายาท” เมิ่งฉีฮ่วนจิบน้ำชาจนหมดถ้วย แล้วถือถ้วยชาใบเล็กลงพินิจพิจารณาอย่างละเอียด “อย่ามาอ้างว่าก่อนหน้านี้เจ้าตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นจนไม่อาจปรากฏตัวได้ เจ้าลองตรองดูเถิด เจ้าเร้นกายหายไปถึงสองปี ตำแหน่งรัชทายาทกลับว่างเว้นไว้ตลอด เหตุใดพอมาถึงต้นปีนี้ จู่ ๆ ฝ่าบาทจึงแต่งตั้งองค์ชายสามขึ้นมา”
“นั่นก็เพราะท่านกลับมาที่เมืองหลวงในตอนนั้นอย่างไรเล่า!” จงเจิ้งเสียนเริ่มเผยแววตาที่ดุร้าย “หากท่านยังรั้งอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เสด็จพ่อก็ย่อมไม่แต่งตั้งรัชทายาท! พูดกันตามตรง เสด็จพ่อเพียงแค่ต้องการรั้งตัวท่านไว้เท่านั้น!”
“โอ้? เช่นนั้นหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยอย่างใจเย็น “ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องที่ข้าอยู่ที่หมู่บ้านแถบตะวันตกเฉียงเหนือ เช่นนั้นฝ่าบาทก็ย่อมต้องทราบเช่นกัน แต่เหตุใดเจ้าไม่ลองคิดดูเล่าว่า เพราะเหตุใดข้าถึงใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาได้ตั้งสองปี แต่กลับจงใจกลับมาเมืองหลวงในปีนี้? เพียงเพราะองค์ชายสามสืบหาเบาะแสของข้ากับลูกทั้งสองของเจ้าจนเจออย่างนั้นหรือ?”
“เปิ่นหวังนึกว่าหลังจากผ่านการฝึกฝนเค