ีฮ่วนฉายความวิตกกังวลออกมาอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะฝืนกดความกังวลนั้นลงไป และฝืนทำเป็นสงบนิ่งพลางเอ่ยว่า “นางโกรธน่ะดีแล้ว หากนางโกรธ คนอื่นถึงจะเชื่อจริงๆ ว่าข้าหมดสิ้นเยื่อใยต่อนางแล้ว”
จงเจิ้งอวี่มองเมิ่งฉีฮ่วนแล้วรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที
เขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเมิ่งฉีฮ่วนที่ชาญฉลาดรอบรู้ ถึงได้ใช้วิธีที่โง่เขลาและดื้อดึงเช่นนี้ในการปกป้องหลี่เยว่หาน ทั้งที่ผู้ที่มีใจระแวดระวังเพียงพิจารณาเหตุผลสักนิด ย่อมมองแผนการของเมิ่งฉีฮ่วนออกทะลุปรุโปร่ง
หากมิใช่เพราะจงเจิ้งอวี่แอบยุยงให้จี้ซินเยว่ไปหาเรื่องหลี่เยว่หานอยู่หลายครั้ง ป่านนี้ปัญหาคงพุ่งเป้าไปที่หลี่เยว่หานก่อนแล้ว แม้จวนซิงกั๋วกงจะมีรากฐานที่มั่นคง แต่ไม่ว่าจะเป็นพรรคพวกของจงเจิ้งเสียนหรือจงเจิ้งเซวียน ต่างก็เป็นพวกมือหนักใจคอโหดเหี้ยมกันทั้งนั้น
หากคนพวกนั้นคิดจะจัดการหลี่เยว่หานอย่างจริงจัง แม้จวนซิงกั๋วกงจะระวังตัวจากอาวุธในที่แจ้งได้ แต่ก็ยากจะป้องกันลูกธนูลับในที่มืด
ในยามที่เมิ่งฉีฮ่วนดูเหมือนคนสติเลอะเลือนเช่นนี้ จงเจิ้งอวี่จึงต้องเป็นฝ่ายใส่ใจให้มากขึ้น ประกอบกับจี้ซินเยว่เป็นคนวู่วาม เพียงให้สาวใช้คนสนิทเป่าหูไม่กี่ประโยค นางก็กระโจนออกไปเป็นทัพหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
แม้จะสร้างความรำคาญใจให้หลี่เยว่หานบ้าง แต่ก็เป็นเพราะยามที่จี้ซินเยว่ไปหาเรื่องนั้น เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้ออกหน้ามาปกป้องหลี่เยว่หานเลยแม้แต่นิดเดี