ยว จึงทำให้คนกลุ่มหนึ่งที่เคยสงสัยว่าสามีภรรยาคู่นี้แกล้งทำเป็นบาดหมางกันเริ่มมีความลังเลใจ
เพราะอย่างไรเสีย แค่รับมือกับเมิ่งฉีฮ่วนเพียงคนเดียวก็ตึงมือพอแล้ว หากต้องบีบคั้นจนจวนซิงกั๋วกงไปยืนฝั่งตรงข้ามด้วย ย่อมไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเขาเลย
“นอกจากวิธีที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่าข้ากับเยว่หานหมดสิ้นวาสนาต่อกันแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นใดที่ดีกว่านี้ที่จะทำให้นางปลีกตัวออกจากความขัดแย้งนี้ได้อีก” เมิ่งฉีฮ่วนทอดถอนใจเบา ๆ “เดิมทีทุกอย่างอยู่ในความควบคุม แต่ข้าคาดไม่ถึงว่าจงเจิ้งเสียนจะยังไม่ตาย”
จงเจิ้งอวี่ลอบค่อนขอดความเศร้าสร้อยที่จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมาของเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ในใจ ก่อนจะถามว่า “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไป?”
“รอ” เมิ่งฉีฮ่วนตอบ “คดีขององค์ชายสองค้างคามานานแล้ว ต่อให้เสด็จพ่ออยากจะรักษาชีวิตของจงเจิ้งเซวียนไว้เพียงใด แต่จนถึงบัดนี้หากพระองค์ยังไม่ตรัสถึงเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยพระองค์เอง ก็พิสูจน์ได้ว่าพระองค์ยังหาเหตุผลที่สมควรมาช่วยชีวิตจงเจิ้งเซวียนไม่ได้”
“แต่หากมีเสด็จพี่ใหญ่คอยประกันให้ บางทีเสด็จพี่รองอาจจะรักษาชีวิตไว้ได้” จงเจิ้งอวี่วิเคราะห์ด้วยสีหน้าจริงจัง “เพราะเสด็จพี่ใหญ่มีผลงานความดีความชอบ เสด็จพ่ออาจจะลดตัวเสด็จพี่รองลงเป็นสามัญชน แล้วให้เสด็จพี่ใหญ่ออกหน้ารับรองชีวิตไว้”
เมิ่งฉีฮ่วนนิ่งเงียบพลางจ้องเขม็งไปที่จงเจิ้งอวี่โดยไม่เอ่ยคำใด
จงเจิ้งอวี่ถูกจ้องจนรู้สึกเย็นสันหลังวาบ เข